FiveM Fullscreen กับ Borderless แบบไหน FPS ดีกว่า? เปรียบเทียบความลื่น Input Lag และการใช้งานจริง

 FiveM Fullscreen กับ Borderless แบบไหน FPS ดีกว่า เป็นคำถามที่ผู้เล่นจำนวนมากสงสัย เพราะบางเครื่องใช้ Fullscreen แล้ว FPS สูงกว่า ขณะที่บางเครื่องแทบไม่ต่างกัน หรือ Borderless กลับให้ Frame Time ที่นิ่งกว่า

คำตอบคือ ไม่มีโหมดไหนชนะทุกเครื่องแบบตายตัว เพราะผลขึ้นอยู่กับ Windows, Driver, GPU, Resolution, Refresh Rate, Overlay และโปรแกรมที่เปิดอยู่เบื้องหลัง

ถ้าต้องการรู้ว่าเครื่องของคุณควรใช้ Fullscreen หรือ Borderless วิธีที่แม่นที่สุดคือ Benchmark ทั้งสองโหมดบน Server เดิม จุดเดิม และ Graphics เดิม แล้วเปรียบเทียบทั้ง FPS และความนิ่งของ Frame Time

① Fullscreen คืออะไร

Fullscreen คือการแสดงเกมเต็มหน้าจอ

โดยทั่วไปเกมจะใช้พื้นที่หน้าจอทั้งหมดและเน้นการ Render เกมเป็นหลัก

ข้อดีที่ผู้เล่นมักต้องการคือ

  • FPS สูง

  • Input Response ดี

  • ลดสิ่งรบกวนจาก Desktop

  • เหมาะกับการเล่นเกมแบบเต็มจอ

แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับระบบและเวอร์ชัน Windows ที่ใช้

② Borderless คืออะไร

Borderless หรือ Borderless Windowed คือเกมทำงานในลักษณะหน้าต่าง แต่ไม่มีขอบ และขยายเต็มหน้าจอ

ข้อดีคือ

  • Alt+Tab เร็ว

  • สลับ Discord ง่าย

  • สลับ Browser ง่าย

  • ใช้หลายจอสะดวก

  • ไม่ต้องรอหน้าจอกระพริบตอนสลับโปรแกรมในหลายระบบ

จึงได้รับความนิยมมากสำหรับ FiveM Roleplay

③ Fullscreen FPS สูงกว่า Borderless เสมอไหม

ไม่เสมอไป

ในบางเครื่อง Fullscreen อาจสูงกว่าเล็กน้อย

แต่บางระบบ

Fullscreen = 110 FPS

Borderless = 108 FPS

แทบไม่มีความต่าง

หรืออาจกลับกันตาม Driver และ Windows

ดังนั้นไม่ควรเลือกจากคำแนะนำของคนอื่นโดยไม่ทดสอบเครื่องตัวเอง

④ ความต่าง FPS อาจน้อยกว่าที่คิด

ผู้เล่นบางคนคาดหวังว่าเปลี่ยน Borderless เป็น Fullscreen แล้ว FPS จะเพิ่ม 30–50

แต่ในหลายกรณีความต่างอาจมีเพียงไม่กี่ FPS

ถ้าปัญหาจริงเกิดจาก

  • CPU Bottleneck

  • Server Resource

  • VRAM เต็ม

  • RAM เต็ม

การเปลี่ยน Display Mode อย่างเดียวอาจแทบไม่ช่วย

⑤ Fullscreen เหมาะกับคนเน้น FPS สูงสุด

ถ้าต้องการรีด Performance ทุกส่วนของเครื่อง สามารถเริ่ม Benchmark ด้วย

Fullscreen

ก่อน

โดยเฉพาะผู้เล่นที่

  • เล่นจอเดียว

  • ไม่ Alt+Tab บ่อย

  • เน้น FPS

  • เน้น Input Response

ถ้า Fullscreen ให้ FPS หรือ 1% Low ดีกว่า ก็ควรใช้โหมดนี้

⑥ Borderless เหมาะกับ FiveM Roleplay มาก

FiveM Roleplay มักต้องสลับไปใช้

  • Discord

  • Browser

  • TeamSpeak

  • Streaming Software

  • Notes

บ่อย

Borderless ช่วยให้การสลับโปรแกรมสะดวกกว่า

ถ้าความต่าง FPS เพียงเล็กน้อย Borderless อาจเหมาะกับการใช้งานจริงมากกว่า

⑦ ควรดู Average FPS อย่างเดียวไหม

ไม่ควร

ต้องดู

  • Average FPS

  • FPS ต่ำสุด

  • 1% Low

  • Frame Time

ตัวอย่าง

Fullscreen = 120 FPS
แต่ Frame Time แกว่ง

Borderless = 115 FPS
แต่ Frame Time นิ่งกว่า

Borderless อาจรู้สึกลื่นกว่าแม้ Average FPS ต่ำกว่า

⑧ Frame Time สำคัญมาก

FPS คือจำนวนเฟรมต่อวินาที

แต่ Frame Time บอกว่าแต่ละเฟรมใช้เวลาสม่ำเสมอแค่ไหน

ถ้า Frame Time มี Spike จะรู้สึก

  • กระตุก

  • สะดุด

  • หมุนกล้องไม่ลื่น

แม้ FPS Counter ยังสูง

ดังนั้นเลือกโหมดที่ Frame Time นิ่งกว่า

⑨ Fullscreen ช่วย Input Lag ไหม

ในบางระบบ Fullscreen สามารถให้ Input Response ที่ดีมาก

แต่ความแตกต่างจริงขึ้นอยู่กับ

  • VSync

  • Refresh Rate

  • FPS

  • Driver

  • Display Pipeline

ถ้าเล่น FiveM แบบจริงจังและไวต่อ Input Lag ควร Benchmark ทั้งสองโหมดด้วยตัวเอง

⑩ Borderless ทำให้ Input Lag สูงมากไหม

ไม่ควรสรุปแบบนั้นทุกเครื่อง

Windows รุ่นใหม่จัดการ Windowed และ Borderless ได้ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับระบบเก่า

แต่ผลยังต่างกันตาม Hardware และ Setting

หากใช้ Borderless แล้วควบคุมลื่นและ FPS ปกติ ก็ไม่มีเหตุผลต้องเปลี่ยนเพียงเพราะคำว่า Input Lag

⑪ VSync มีผลมากกว่า Display Mode บางครั้ง

ถ้าเปิด VSync อยู่ FPS อาจถูกล็อกตาม Refresh Rate

เช่น

60 FPS
120 FPS
144 FPS

ผู้เล่นอาจคิดว่า Borderless ทำให้ FPS ต่ำ ทั้งที่จริง VSync เป็นตัวจำกัด

ดังนั้นตอน Benchmark ให้ลอง

VSync = Off

ก่อน

⑫ เช็ก FPS Cap ก่อนเปรียบเทียบ

ถ้า Fullscreen และ Borderless ได้

60 FPS เท่ากันเป๊ะ

ให้ตรวจ

  • VSync

  • NVIDIA Max Frame Rate

  • AMD Frame Limit

  • RivaTuner

ก่อน

เพราะถ้ามี FPS Cap อยู่ จะเปรียบเทียบ Performance ของสองโหมดไม่ได้จริง

⑬ Resolution ต้องเท่ากัน

เวลาเทียบ Fullscreen กับ Borderless ต้องใช้ Resolution เดียวกัน

ตัวอย่าง

Fullscreen = 1920×1080

Borderless = 1920×1080

หากอีกโหมดใช้ Resolution สูงกว่า ผล FPS จะเปรียบเทียบกันไม่ได้

⑭ Refresh Rate ต้องเท่ากัน

ตรวจ

Settings > System > Display > Advanced display

ให้แน่ใจว่าจออยู่ที่ Refresh Rate เดิม เช่น

  • 60Hz

  • 120Hz

  • 144Hz

  • 165Hz

อย่า Benchmark โหมดหนึ่งที่ 60Hz และอีกโหมด 144Hz

⑮ Fullscreen แล้วจอดำตอน Alt+Tab

อาการนี้สามารถเกิดเมื่อ

  • เกมเปลี่ยน Display Mode

  • Resolution ต่างจาก Desktop

  • Refresh Rate ต่างกัน

ถ้า Alt+Tab แล้วจอดำชั่วคราวบ่อย Borderless อาจสะดวกกว่า

โดยเฉพาะคนที่สลับ Discord หรือ Browser ตลอดเวลา

⑯ Borderless Alt+Tab เร็วกว่า

นี่เป็นจุดเด่นสำคัญ

เพราะเกมยังทำงานในสภาพแวดล้อม Desktop

การสลับไปโปรแกรมอื่นมักทำได้เร็วกว่า

เหมาะกับ

  • Streamer

  • Roleplay

  • Admin

  • Content Creator

ที่ต้องสลับหน้าจอบ่อย

⑰ ใช้หลายจอ Borderless สะดวกกว่า

ถ้าใช้

จอแรก = FiveM

จอสอง = Discord/Browser

Borderless มักสะดวกกว่า

เพราะสามารถเลื่อนเมาส์หรือสลับ Window ได้ง่าย

ถ้าความต่าง FPS ไม่มาก นี่เป็นเหตุผลที่ดีในการเลือก Borderless

⑱ Fullscreen เหมาะกับจอเดียว

ถ้าใช้จอเดียวและเล่น FiveM แบบไม่ต้องสลับโปรแกรมบ่อย

Fullscreen เป็นตัวเลือกที่ควรทดสอบ

โดยเฉพาะถ้าต้องการ

  • FPS สูง

  • Input Response

  • ลด Background Interaction

⑲ Borderless ทำให้ GPU ใช้เพิ่มไหม

อาจแตกต่างเล็กน้อยในบางระบบ แต่ไม่ควรสรุปว่า Borderless ต้องใช้ GPU มากกว่าเสมอ

ให้ดู

  • GPU Usage

  • GPU Clock

  • FPS

  • Frame Time

ระหว่างสองโหมด

ถ้าต่างกันเพียง 1–3% ไม่ควรให้ความสำคัญมากกว่าความสะดวกในการใช้งาน

⑳ CPU Usage ต่างกันไหม

โดยทั่วไป Display Mode ไม่ใช่ตัวแปรหลักของ CPU Bottleneck ใน FiveM

ถ้า CPU Core เต็มจาก

  • Player จำนวนมาก

  • Script

  • MLO

  • Distance Scaling

การเปลี่ยน Fullscreen/Borderless อาจช่วยน้อย

ควรแก้ CPU Load ก่อน

㉑ GPU 100% ควรใช้โหมดไหน

ถ้า GPU 100% อยู่แล้ว ให้ทดลอง Fullscreen ก่อน

แล้วเปรียบเทียบกับ Borderless

ถ้า Fullscreen ลด GPU Loadหรือเพิ่ม FPS ได้จริง ให้ใช้ Fullscreen

แต่ถ้าแทบไม่ต่าง แสดงว่าคอขวดหลักอยู่ที่ Graphics Setting มากกว่า Display Mode

㉒ GPU ต่ำแต่ FPS ต่ำ

ถ้า GPU ใช้เพียง 50% แต่ FPS ต่ำ การเปลี่ยน Fullscreen อาจไม่ช่วยมาก

ควรตรวจ

  • CPU

  • Server Resource

  • VSync

  • FPS Cap

  • Population

  • Distance Scaling

ก่อน

เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Display Mode

㉓ Fullscreen ช่วยคอมสเปกต่ำไหม

อาจช่วยเล็กน้อยในบางเครื่อง

แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะเปลี่ยน

40 FPS → 100 FPS

เพียงแค่เปลี่ยน Display Mode

ถ้าคอมสเปกต่ำจริง ควรปรับ

  • MSAA

  • Shadow

  • Grass

  • Distance Scaling

  • Resolution

ร่วมด้วย

㉔ Borderless เหมาะกับคอมแรงไหม

เหมาะได้ดีมาก

ถ้าคอมมี Headroom เพียงพอและ FPS ต่างจาก Fullscreen น้อย Borderless ให้ประสบการณ์ใช้งานสะดวกกว่า

โดยเฉพาะ Gaming PC ที่ได้ FPS สูงกว่า Refresh Rate ของจออยู่แล้ว

㉕ Notebook ควรทดสอบทั้งสองโหมด

Notebook มีตัวแปรเพิ่มเติม เช่น

  • Integrated GPU

  • Dedicated GPU

  • Power Limit

  • Battery Mode

ก่อนเปรียบเทียบ ต้อง

  • เสียบ Charger

  • ใช้ GPU แยก

  • ใช้ Performance Mode

แล้วค่อยทดสอบ Fullscreen กับ Borderless

㉖ Borderless แล้ว FPS ล็อกที่ 60

ถ้าเกิดแบบนี้ ให้ตรวจ

  • Windows Refresh Rate

  • VSync

  • Driver VSync

  • FPS Cap

ก่อน

อย่าสรุปว่า Borderless ล็อก 60 โดยธรรมชาติ

เพราะต้นเหตุอาจเป็น Setting อื่น

㉗ Fullscreen แล้ว FPS ล็อก 60 เหมือนกัน

หลักเดียวกัน

หาก Fullscreen ก็ยัง 60 เป๊ะ

ให้ตรวจ Frame Limiter

เพราะไม่เกี่ยวกับ Display Mode อย่างเดียว

㉘ G-Sync หรือ FreeSync เกี่ยวข้องไหม

ถ้าใช้ Adaptive Sync ให้ตรวจการตั้งค่าจอและ Driver ร่วมด้วย

ระบบเหล่านี้ช่วยให้ Refresh Rate ปรับตาม FPS ภายในช่วงที่รองรับ

ดังนั้นความรู้สึก “ลื่น” อาจแตกต่างแม้ FPS Average เท่ากัน

ควรทดสอบในสภาพที่ Setting เหมือนกัน

㉙ Screen Tearing ควรใช้โหมดไหน

Screen Tearing เกี่ยวข้องกับ

  • FPS

  • Refresh Rate

  • VSync

  • Adaptive Sync

มากกว่า Fullscreen หรือ Borderless อย่างเดียว

ถ้าเกิด Tearing ให้ตรวจ Synchronization ก่อน

อย่าเปลี่ยน Display Modeเพียงอย่างเดียวแล้วคาดว่าจะหายทุกกรณี

㉚ Fullscreen ภาพกระพริบตอนเปลี่ยนจอ

ถ้าใช้ Resolution หรือ Refresh Rate ต่างจาก Desktop อาจมีการเปลี่ยนสัญญาณจอเมื่อเข้า/ออกเกม

ถ้ารำคาญอาการนี้ Borderless มักสะดวกกว่า เพราะใช้ Desktop Mode เดิม

㉛ Borderless กับ OBS

สำหรับผู้ที่ Stream หรือ Record FiveM Borderless สามารถช่วยให้

  • สลับ OBS ง่าย

  • จัดการหน้าต่างสะดวก

  • ตรวจ Chat ง่าย

แต่ควร Benchmark เพราะ OBS เองก็ใช้ GPU, CPU และ RAM เพิ่ม

อย่าโทษ Borderless หาก Performance ลดตอนเปิด Recording

㉜ Fullscreen กับ OBS

Fullscreen ก็สามารถใช้งาน Recording ได้

แต่บาง Workflow อาจสลับโปรแกรมไม่สะดวกเท่า Borderless

ถ้าเน้น Performance มากกว่าความสะดวก ให้ทดสอบว่า Fullscreen ช่วย FPS จริงหรือไม่

ถ้าต่างเพียงเล็กน้อย Borderless อาจคุ้มกว่า

㉝ Discord Overlay มีผลกับการเปรียบเทียบ

ก่อน Benchmark ให้ปิด Overlay ชั่วคราว

เช่น

  • Discord Overlay

  • NVIDIA Overlay

  • AMD Overlay

เพื่อไม่ให้โปรแกรมอื่นเป็นตัวแปร

หลังเลือกโหมดเสร็จแล้วค่อยเปิดกลับทีละตัว

㉞ Windows Game Bar มีผลไหม

อาจมีผลแตกต่างกันตามระบบ

ถ้ากำลัง Benchmark ให้ลดตัวแปรโดยปิดฟังก์ชันที่ไม่ใช้ชั่วคราว

จากนั้นดู

  • FPS

  • Frame Time

  • 1% Low

อย่าปิดบริการ Windows จำนวนมากแบบสุ่ม

㉟ Background App มีผลมากกว่า Display Mode ได้

ถ้าเปิด

  • Chrome 30 แท็บ

  • OBS

  • โปรแกรมตัดต่อ

  • Game Launcher หลายตัว

Performance อาจลดมากกว่าความต่างระหว่าง Fullscreen กับ Borderless

ดังนั้น Benchmark ควรทำในสภาวะที่ Background App เหมือนกัน

㊱ FiveM Server มีผลมากกว่าโหมดจอ

Server A อาจได้ 120 FPS

Server B เหลือ 60 FPS

แม้ใช้ Fullscreen เหมือนกัน

เพราะ FiveM มี Resource เพิ่ม เช่น

  • MLO

  • Script

  • รถ

  • Clothing

  • Custom Map

ดังนั้น Display Mode ไม่สามารถแก้ Server Resource ที่หนักได้ทั้งหมด

㊲ Benchmark ต้องใช้ Server เดิม

อย่าเปรียบ

Fullscreen บน Server A

กับ

Borderless บน Server B

เพราะ Workload ไม่เหมือนกัน

ให้ใช้

Server เดิม + จุดเดิม + Graphics เดิม

จึงจะรู้ความต่างจริง

㊳ Benchmark ต้องใช้ตำแหน่งเดิม

เลือกพื้นที่ เช่น

Hospital

แล้วทดสอบ

Fullscreen 2–3 รอบ

จากนั้น Borderless 2–3 รอบ

อย่าใช้ Downtown ในรอบหนึ่งและพื้นที่ทะเลทรายในอีกรอบ

เพราะ FPS แตกต่างจาก Scene อยู่แล้ว

㊴ Benchmark ตอนจำนวนผู้เล่นใกล้กัน

Server 20 คนกับ 150 คนให้ CPU Load ต่างกันได้มาก

ถ้าจะเปรียบเทียบให้แม่น ควรทำในช่วงจำนวนผู้เล่นใกล้เคียงกัน

โดยเฉพาะ Server Roleplay ขนาดใหญ่

㊵ วิธีทดสอบ Fullscreen vs Borderless แบบง่าย

รอบที่ 1 — Fullscreen

จด

  • Average FPS

  • Lowest FPS

  • GPU Usage

  • 1% Low

รอบที่ 2 — Borderless

ใช้ Graphics และตำแหน่งเดิม

จดค่าเดียวกัน

จากนั้นเปรียบเทียบ

ไม่ควรตัดสินจาก FPS ที่เห็นแค่ 2–3 วินาที

㊶ Fullscreen FPS สูงกว่า 2 FPS ควรเปลี่ยนไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

ตัวอย่าง

Fullscreen = 102 FPS

Borderless = 100 FPS

ถ้าคุณ Alt+Tab บ่อย Borderless อาจคุ้มกว่า

แต่ถ้าต้องการรีดทุก FPS Fullscreen ก็เลือกได้

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน

㊷ Fullscreen สูงกว่า 15–20 FPS

ถ้าทดสอบซ้ำแล้ว Fullscreen สูงกว่าชัดเจน เช่น

Fullscreen = 100 FPS

Borderless = 80 FPS

ควรตรวจเพิ่มเติมว่า

  • Resolution เท่ากันหรือไม่

  • VSync เท่ากันหรือไม่

  • Refresh Rate เท่ากันหรือไม่

  • Overlay ทำงานหรือไม่

ถ้าทุกอย่างเท่ากันจริง Fullscreen เหมาะกับเครื่องนั้นมากกว่า

㊸ Borderless Frame Time ดีกว่า

หาก

Fullscreen Average = 120

Borderless Average = 115

แต่ Borderless มี 1% Low และ Frame Time ดีกว่า

สามารถเลือก Borderless ได้

เพราะความลื่นจริงไม่ได้ดูเฉพาะ FPS สูงสุด

㊹ Fullscreen แล้วกระตุกตอน Alt+Tab

ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะหลัง Alt+Tab บ่อย ๆ ให้ลอง Borderless

หากอาการหาย แสดงว่า Workflow การสลับหน้าต่างมีส่วน

ผู้เล่น FiveM Roleplay ที่ต้องสลับ Discord บ่อยอาจเหมาะกับ Borderless มากกว่า

㊺ Borderless แล้ว Mouse รู้สึกหน่วง

ถ้ารู้สึก Input ไม่ตอบสนอง ให้ตรวจ

  • VSync

  • FPS

  • Refresh Rate

  • FPS Cap

ก่อน

จากนั้นทดลอง Fullscreen

ถ้า Fullscreen รู้สึกตอบสนองดีกว่าอย่างชัดเจน สามารถใช้ Fullscreen ได้

㊻ โหมดแนะนำสำหรับคนเน้น FPS

ถ้าต้องการ FPS สูงที่สุด ให้เริ่มจาก

Fullscreen

แล้วตั้ง

  • VSync Off ตอน Benchmark

  • FPS Cap Off ตอนทดสอบ

  • Native Resolution หรือต่ำกว่าตาม GPU

  • Refresh Rate ถูกต้อง

จากนั้นดูผลจริง

ถ้า Borderless ต่างน้อยมาก ค่อยเลือกตามความสะดวก

㊼ โหมดแนะนำสำหรับ Roleplay

ถ้าต้อง

  • เปิด Discord

  • เช็ก Browser

  • สลับ Chat

  • ใช้หลายจอ

Borderless

มักสะดวกกว่า

หาก FPS และ 1% Low ต่างจาก Fullscreen เพียงเล็กน้อย ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการใช้งานจริง

㊽ โหมดแนะนำสำหรับคอมสเปกต่ำ

เริ่มจาก

Fullscreen

เพื่อดู Performance สูงสุดก่อน

จากนั้นลอง Borderless

ถ้าความต่างน้อยกว่าไม่กี่ FPS สามารถใช้โหมดที่สะดวกกว่า

แต่ถ้า Fullscreen สูงกว่าชัดเจน ให้ใช้ Fullscreen

㊾ วิธีตัดสินแบบง่ายที่สุด

เลือกจาก 3 อย่างนี้

ต้องการ FPS สูงสุด

ลอง Fullscreen ก่อน

ต้อง Alt+Tab บ่อย

ลอง Borderless

FPS ใกล้กัน

เลือกโหมดที่ Frame Time นิ่งและใช้งานสะดวกกว่า

แนวทางของ comsiam คือไม่ตัดสินจากชื่อ Display Mode แต่ตัดสินจาก Benchmark ของเครื่องจริง

㊿ Checklist Fullscreen กับ Borderless

ก่อนเลือก ให้ตรวจ

✅ Resolution เท่ากัน
✅ Refresh Rate เท่ากัน
✅ Graphics Setting เท่ากัน
✅ VSync เหมือนกัน
✅ FPS Cap เหมือนกัน
✅ Server เดียวกัน
✅ ตำแหน่งเดียวกัน
✅ จำนวนผู้เล่นใกล้เคียงกัน
✅ Overlay อยู่สถานะเดียวกัน
✅ OBS/Recording อยู่สถานะเดียวกัน
✅ GPU Usage ถูกวัด
✅ Average FPS ถูกวัด
✅ 1% Low ถูกเปรียบเทียบ
✅ Frame Time ถูกสังเกต
✅ Alt+Tab สะดวกหรือไม่

ถ้าทดสอบครบ จะรู้ว่า Display Mode ไหนเหมาะกับเครื่องและรูปแบบการเล่นมากที่สุด

✅ สรุป FiveM Fullscreen กับ Borderless แบบไหน FPS ดีกว่า

ถ้าถามว่า FiveM Fullscreen กับ Borderless แบบไหน FPS ดีกว่า คำตอบคือ Fullscreen มีเหตุผลให้เริ่มทดสอบก่อนเมื่อเป้าหมายคือ FPS สูงสุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสูงกว่า Borderless ทุกเครื่อง

บางระบบความต่างอาจเพียง 1–5 FPS หรือแทบไม่ต่างเลย

หาก Fullscreen ให้ Average FPS และ 1% Low สูงกว่าชัดเจน ให้ใช้ Fullscreen

แต่ถ้า FPS ใกล้กันและต้อง Alt+Tab หรือใช้หลายจอบ่อย Borderless สามารถเหมาะกับ FiveM Roleplay มากกว่า เพราะใช้งานสะดวกและสลับโปรแกรมได้เร็ว

ที่สำคัญ อย่าลืมตรวจ VSync, FPS Cap, Resolution และ Refresh Rate ก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผลการเปรียบเทียบผิดได้

แนวทางของ comsiam คือ Benchmark ด้วย Server เดิม จุดเดิม และ Setting เดิม แล้วเลือกจาก Average FPS, 1% Low และ Frame Time มากกว่าดู FPS Peak เพียงอย่างเดียว

เมื่อ comsiam เปรียบเทียบ Fullscreen และ Borderless อย่างถูกวิธี จะสามารถเลือกโหมดที่ให้ทั้ง FPS สูง ความลื่นดี และเหมาะกับ Workflow ของ FiveM ได้โดยไม่ต้องปรับ Windows หรือใช้ FPS Pack แบบสุ่ม

Comments

Popular posts from this blog

FiveM คืออะไร เล่นอย่างไร สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์

FiveM กระตุก แก้อย่างไร รวมวิธีแก้เกมไม่ลื่น FPS ตก และ Stuttering

FiveM Updating Game Cache ค้าง แก้อย่างไร ให้โหลดต่อ