วิธีอัปเดต Script FiveM โดย Server ไม่พัง
การอัปเดต Script FiveM อย่างปลอดภัย ไม่ควรดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่แล้ว Copy ทับโฟลเดอร์เดิมทันที เพราะเวอร์ชันใหม่อาจเปลี่ยน config.lua, fxmanifest.lua, Database, Dependency, Event, Export หรือโครงสร้างไฟล์ภายใน
หากอัปเดตผิดวิธี อาจเกิดอาการ เช่น Script ไม่ Start, ข้อมูลผู้เล่นหาย, Config เดิมหาย, Database Error, Missing Dependency, No Such Export หรือ Script ตัวอื่นที่เชื่อมต่อกันใช้งานไม่ได้
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ
อ่าน Changelog
↓
Backup Script เดิม
↓
Backup Database
↓
ตรวจ Dependency
↓
เปรียบเทียบ Config เก่า-ใหม่
↓
Stop Resource
↓
ติดตั้งเวอร์ชันใหม่
↓
ทำ Database Migration ถ้ามี
↓
Start Resource
↓
ตรวจ Console และ F8
↓
ทดสอบระบบ
↓
พร้อม Rollback หากมีปัญหา
หลักสำคัญคือ อัปเดตทีละ Resource และต้องสามารถย้อนกลับไปเวอร์ชันเดิมได้เสมอ
① ก่อนอัปเดต Script FiveM ต้องดูอะไร
อย่าเริ่มจากการ Download เวอร์ชันล่าสุดแล้วติดตั้งทันที
ให้ตรวจข้อมูลของเวอร์ชันใหม่ก่อน โดยเฉพาะ
Changelog
Release Notes
Installation Guide
Update Guide
Breaking Changes
Dependency ใหม่
Framework Version
Database Migration
Config ใหม่
Resource ที่เลิกรองรับ
Event หรือ Export ที่เปลี่ยน
ตัวอย่างเช่น เวอร์ชันใหม่อาจระบุว่า
Requires ox_lib 3.x+
Database migration required
Config structure changed
Removed old export
หากไม่อ่านแล้วอัปเดตทับทันที Script อาจ Start ได้ แต่ระบบบางส่วนใช้งานไม่ได้
② Backup Script เวอร์ชันเดิมก่อน
ก่อนอัปเดตควรเก็บ Resource เดิมทั้งโฟลเดอร์
สมมติ Resource คือ
resources/
└── my-script/
สามารถสำรองเป็น
backup/
└── my-script-v1.4.0/
หรือเก็บไฟล์ ZIP แยกไว้
my-script-v1.4.0-backup.zip
ควรเก็บไฟล์สำคัญ เช่น
config.lua
fxmanifest.lua
locales/
custom integrations
modified client files
modified server files
โดยเฉพาะ Script ที่เคยแก้ Source Code เอง เพราะเมื่อ Copy เวอร์ชันใหม่ทับ การแก้ไขเหล่านั้นอาจหายทั้งหมด
③ Backup Database ก่อนอัปเดต
ถ้า Script เชื่อม Database ควร Backup ก่อนเสมอ
ตัวอย่างระบบที่ควรระวังมาก ได้แก่
Inventory
Phone
Garage
Housing
Banking
Character
Jobs
Billing
MDT
Vehicle
Framework
สมมติ Script เวอร์ชันใหม่มี SQL
update.sql
migration.sql
install.sql
อย่า Import โดยไม่มี Backup
เพราะ SQL ใหม่อาจ
เพิ่ม Column
เปลี่ยน Column
เปลี่ยน Data Type
เพิ่ม Table
ย้ายข้อมูล
ลบข้อมูลเก่า
ถ้า Migration ผิด การย้อน Script กลับอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ Database กลับเป็นเหมือนเดิม
④ อย่า Copy เวอร์ชันใหม่ทับของเดิมทันที
ตัวอย่างที่เสี่ยงคือ
my-script-new/
↓
Copy
↓
resources/my-script/
↓
Replace All
ปัญหาคือไฟล์เก่าบางตัวที่ไม่มีในเวอร์ชันใหม่อาจยังค้างอยู่
สุดท้าย Resource กลายเป็นการผสมระหว่าง
ไฟล์เวอร์ชันเก่า
+
ไฟล์เวอร์ชันใหม่
และอาจเกิด Error ที่หาสาเหตุยาก
วิธีที่ดีกว่าคือเตรียม Resource ใหม่แยกจากของเก่า
ตัวอย่าง
backup/
└── my-script-old/
new-version/
└── my-script/
จากนั้นย้ายเฉพาะ Config หรือการปรับแต่งที่จำเป็นเข้าสู่เวอร์ชันใหม่อย่างระมัดระวัง
⑤ อย่านำ config.lua เก่าทับไฟล์ใหม่ทั้งไฟล์ทันที
นี่เป็นข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยมาก
สมมติ Version เก่ามี
Config.Language = 'th'
Config.Price = 500
แต่ Version ใหม่เพิ่ม
Config.Framework = 'qbox'
Config.Inventory = 'ox'
Config.Target = 'ox_target'
ถ้านำ config.lua เก่าทับของใหม่ทั้งหมด Config ที่เพิ่มมาใหม่จะหาย
Script อาจ Error หรือระบบบางส่วนไม่ทำงาน
วิธีที่ถูกต้องกว่าคือ
Config เก่า
↔
เปรียบเทียบ
↔
Config ใหม่
แล้วนำเฉพาะค่าที่เราแก้เอง เช่น
ราคา
Coordinates
Job
Language
Item
Webhook
Permission
ไปใส่ในโครงสร้าง Config ใหม่
⑥ เปรียบเทียบ fxmanifest.lua เก่ากับใหม่
fxmanifest.lua เป็นอีกไฟล์ที่ไม่ควร Copy ของเก่าทับของใหม่แบบอัตโนมัติ
เพราะเวอร์ชันใหม่อาจเพิ่ม
dependency
shared_script
client_script
server_script
files
ui_page
data_file
ตัวอย่าง เวอร์ชันใหม่อาจเพิ่ม
dependency 'ox_lib'
หรือ
shared_script '@ox_lib/init.lua'
หากใช้ Manifest เก่าต่อ Resource อาจโหลดไฟล์ไม่ครบ
ดังนั้นโดยทั่วไปควร ใช้ fxmanifest.lua จากเวอร์ชันใหม่เป็นฐาน แล้วตรวจว่ามี Custom Modification ใดจากของเดิมที่จำเป็นจริงหรือไม่
⑦ ตรวจ Dependency ใหม่
Script ที่อัปเดตอาจเพิ่มหรือเปลี่ยน Dependency
ตัวอย่าง Version เก่าใช้
Framework
oxmysql
แต่ Version ใหม่ต้องใช้
Framework
oxmysql
ox_lib
ox_target
ถ้าอัปเดตเฉพาะ Script หลักแต่ไม่ได้ติดตั้ง Dependency ใหม่ อาจเกิด
Missing dependency
หรือ Resource อาจ Start แต่บาง Feature ใช้งานไม่ได้
ให้ตรวจหัวข้อ
Requirements
Dependencies
Installation
Upgrade
ใน Documentation ทุกครั้ง
⑧ ตรวจ Version ของ Dependency ด้วย
การมี Dependency อยู่แล้วไม่ได้แปลว่าจะใช้งานได้แน่นอน
ตัวอย่าง Script ใหม่อาจต้องการ
ox_lib เวอร์ชันใหม่กว่าเดิม
หรือ Framework API รุ่นใหม่
ถ้า Server มี Resource นั้นอยู่แต่เป็นเวอร์ชันเก่า อาจเกิด Error เช่น
No such export
หรือ Function ที่ Script ต้องการไม่มีอยู่
ดังนั้นต้องตรวจทั้ง
มี Dependency หรือไม่
และ
Version รองรับหรือไม่
⑨ ตรวจ Framework ก่อนอัปเดต
ถ้า Script ทำงานกับ
ESX
QBCore
Qbox
ควรอ่าน Release Notes ว่าเวอร์ชันใหม่ยังรองรับ Framework ที่ Server ใช้อยู่หรือไม่
ตัวอย่างเช่น Script รุ่นใหม่อาจเปลี่ยนจาก
รองรับ QBCore รุ่นเก่า
ไปเป็น
รองรับ QBCore/Qbox ผ่าน Bridge ใหม่
หรือเลิกใช้ Event แบบเก่า
หาก Server ใช้ Framework เวอร์ชันเก่า Script ใหม่อาจไม่สามารถทำงานได้ทันที
อย่าอัปเดต Framework ทั้ง Server เพียงเพราะ Script ตัวเดียวบังคับ หากยังไม่ได้ประเมินผลกระทบกับ Resource อื่น
⑩ ตรวจ SQL Update หรือ Migration
ถ้ามีไฟล์
update.sql
migration.sql
upgrade.sql
ต้องอ่านก่อน Import
ไม่ควรเห็นไฟล์ SQL แล้วรันทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
บาง Script อาจมีหลาย Migration เช่น
v1.5-to-v1.6.sql
v1.6-to-v2.0.sql
ถ้าปัจจุบันใช้ v1.5 แล้วต้องไป v2.0 อาจต้องทำ Migration ตามลำดับที่ Developer กำหนด
ตัวอย่าง
v1.5
↓
Migration 1
↓
v1.6
↓
Migration 2
↓
v2.0
ข้ามขั้นตอนอาจทำให้ Database Schema ไม่ตรงกับ Code เวอร์ชันใหม่
⑪ ควรอัปเดต Script ตอนผู้เล่นอยู่ใน Server หรือไม่
สำหรับ Resource เล็กบางประเภทสามารถ Restart ขณะ Server เปิดได้
แต่ Resource สำคัญไม่ควรอัปเดตระหว่างมีผู้เล่นใช้งานจำนวนมาก
โดยเฉพาะ
Framework
Inventory
Character
Banking
Phone
Housing
Garage
Database Connector
เพราะการ Stop หรือ Restart Resource เหล่านี้อาจทำให้ State ภายในเกมเปลี่ยนหรือข้อมูลบางส่วนยังไม่ถูกบันทึก
สำหรับระบบสำคัญควรกำหนด Maintenance Window แล้วอัปเดตในช่วงที่ไม่มีผู้เล่นหรือมีความเสี่ยงต่ำที่สุด
⑫ Stop Resource ก่อนเปลี่ยนไฟล์
หาก Server ยังทำงานอยู่ ควร Stop Resource ก่อน
stop my-script
จากนั้นค่อยเปลี่ยนไฟล์
อย่าแก้ Source จำนวนมากขณะที่ Resource กำลังทำงานแล้วคาดหวังว่า FiveM จะโหลดทุกอย่างใหม่โดยอัตโนมัติ
เมื่อเปลี่ยนไฟล์เรียบร้อยสามารถใช้
refresh
เพื่อให้ Server สแกน Resource และ Manifest ใหม่
จากนั้น
ensure my-script
เพื่อให้ Resource ทำงาน
⑬ refresh, restart และ ensure ใช้ต่างกันอย่างไรตอนอัปเดต
คำสั่งเหล่านี้มีประโยชน์มากในการอัปเดต Resource
refresh
refresh
ใช้ให้ Server สแกนโฟลเดอร์ Resource และโหลด Resource Manifest ใหม่
เหมาะเมื่อมีการเพิ่ม Resource ใหม่หรือเปลี่ยนโครงสร้างที่ต้องการให้ Server ตรวจพบใหม่
restart
restart my-script
ใช้ Restart Resource ที่กำลังทำงานอยู่
ensure
ensure my-script
หาก Resource ยังไม่ทำงาน จะ Start ให้ และถ้ากำลังทำงานอยู่จะ Restart
ในการอัปเดต Resource ใหม่ ตัวอย่างขั้นตอนอาจเป็น
stop my-script
เปลี่ยนไฟล์แล้ว
refresh
ensure my-script
จากนั้นอ่าน Console ทันที
⑭ อย่า Restart แล้วปิด Console ทิ้ง
หลังอัปเดต สิ่งแรกที่ควรทำคืออ่าน Server Console
ค้นหาคำประเภท
SCRIPT ERROR
ERROR
Missing dependency
No such export
Couldn't find resource
Failed
Warning
อย่าดูเพียง
Started resource my-script
แล้วสรุปว่าอัปเดตสำเร็จ
Resource สามารถ Start ได้แต่ Error เกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นเรียก Feature บางอย่างภายหลัง
⑮ ตรวจ F8 ฝั่ง Client ด้วย
Error ไม่ได้เกิดฝั่ง Server อย่างเดียว
หลังอัปเดตควรเข้า FiveM และตรวจ Client Console ด้วยปุ่ม
F8
จากนั้นทดลองระบบจริง
ถ้ามี Client Error อาจพบข้อมูลเกี่ยวกับ
Lua Error
NUI Error
Export
Event
Missing File
Resource
Texture/UI
ดังนั้นการตรวจ Server Console อย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับ Script ที่มี Client-side Logic
⑯ ทดสอบ Feature หลักทั้งหมด
สมมติอัปเดต Garage Script
อย่าทดสอบเพียงว่า Menu เปิดได้
ควรทดลอง
เปิด Garage
↓
นำรถออก
↓
เก็บรถ
↓
โอนรถถ้ามี
↓
Restart Resource
↓
เข้าใหม่
↓
ตรวจ Database
ถ้าเป็น Inventory ควรทดสอบ
เปิด Inventory
ใช้ Item
ย้าย Item
Drop Item
Stash
Trunk
Restart
Reconnect
ถ้าเป็น Phone ควรทดสอบ
เปิดโทรศัพท์
Contacts
Messages
Calls
Apps
Database Save
Reconnect
อัปเดตจะถือว่าสำเร็จก็ต่อเมื่อ Workflow หลักทำงาน ไม่ใช่เพียง Resource Start ผ่าน
⑰ ตรวจ Integration กับ Script อื่น
FiveM RP Server มักมี Script เชื่อมต่อกันหลายตัว
ตัวอย่าง
Police
↓
Dispatch
↓
MDT
↓
Inventory
↓
Target
↓
Garage
การอัปเดต Resource เพียงตัวเดียวอาจเปลี่ยน
Event
Export
Callback
API
Config
จน Resource อีกตัวใช้งานไม่ได้
หลังอัปเดตจึงควรตรวจ Script ที่เชื่อมต่อกับ Resource นั้นด้วย
โดยเฉพาะถ้า Changelog ระบุคำว่า
Breaking Change
API Change
Deprecated
Removed Export
Renamed Event
ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
⑱ อย่าอัปเดตหลาย Script พร้อมกัน
สมมติ Server มีอัปเดตพร้อมกัน
ox_lib
Inventory
Phone
Garage
Police
Framework
การอัปเดตทั้งหมดแล้ว Restart เพียงครั้งเดียวดูเหมือนเร็ว แต่ถ้าเกิด Error จะหาต้นเหตุยากมาก
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ
อัปเดต Resource A
↓
ทดสอบ
↓
Backup/Checkpoint
↓
อัปเดต Resource B
↓
ทดสอบ
โดยเฉพาะ Dependency หลัก ควรทดสอบผลกระทบก่อนอัปเดต Resource อื่นต่อ
⑲ Script ที่แก้ Source เองต้องระวังเป็นพิเศษ
สมมติซื้อ Script มาแล้วแก้
client.lua
server.lua
config.lua
html/
ด้วยตัวเอง
เมื่อ Developer ออก Version ใหม่ หาก Copy ทับทั้งหมด Custom Code จะหาย
แต่ถ้านำ Source เก่าทับของใหม่ ก็อาจทำให้ Fix และ Feature ใหม่หายเช่นกัน
วิธีที่เหมาะสมคือเปรียบเทียบความแตกต่าง
Original Version เก่า
Custom Version ของเรา
Version ใหม่
จากนั้น Merge เฉพาะ Custom Changes ที่ยังจำเป็นเข้าสู่ Source ใหม่
ถ้าดูแล Server ระยะยาว การบันทึกว่ามีการแก้ไฟล์ใดบ้างจะช่วยลดงานตอนอัปเดตอย่างมาก
⑳ ใช้ Version Number ช่วยจัดการ Script
ไม่ควรตั้ง Backup แบบ
my-script-old
my-script-old2
my-script-new
my-script-new-final
เพราะไม่นานจะไม่รู้ว่าไฟล์ไหนคืออะไร
ควรใช้ Version เช่น
my-script-1.4.0
my-script-1.5.0
my-script-2.0.0
และบันทึกวันที่
my-script-1.5.0-2026-08-23
เมื่อเกิดปัญหาจะทราบทันทีว่าต้อง Rollback ไปเวอร์ชันไหน
㉑ วิธี Rollback เมื่อ Script เวอร์ชันใหม่พัง
ถ้าอัปเดตแล้ว Error รุนแรง อย่าฝืนแก้บน Production Server เป็นเวลานาน
ถ้ามี Backup สามารถ Rollback ได้
ขั้นตอนทั่วไป
stop my-script
↓
นำ Version ใหม่ออก
↓
นำ Version เดิมกลับ
↓
คืน Config เดิม
↓
คืน Database ถ้า Migration เปลี่ยนข้อมูลและจำเป็น
↓
refresh
↓
ensure my-script
↓
ทดสอบ
จุดสำคัญคือ Database
ถ้า Version ใหม่เปลี่ยน Database Schema การเอา Script เก่ากลับอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
นี่คือเหตุผลที่ต้อง Backup Database ก่อน Update
㉒ ถ้าอัปเดตแล้วขึ้น Missing Dependency
หาก Version เดิมใช้งานได้ แต่ Version ใหม่ขึ้น
Missing dependency
ให้ตรวจ Release Notes ก่อน
อาจมี Dependency ใหม่เพิ่มเข้ามา
จากนั้นตรวจ fxmanifest.lua ของ Version ใหม่ว่ามี
dependency 'resource_name'
หรือ
dependencies {
'resource_a',
'resource_b'
}
หรือไม่
ติดตั้ง Dependency ตาม Documentation แล้วจัด Start Order ให้ถูกต้อง
ไม่ควรลบ dependency ออกจาก Manifest เพียงเพื่อทำให้ Resource Start
㉓ อัปเดตแล้วขึ้น No Such Export
Error
No such export
มักชี้ว่ามีปัญหาระหว่าง Resource ที่เรียกหากัน
ตรวจว่า
Dependency Start อยู่หรือไม่
Dependency เป็น Version ที่รองรับหรือไม่
Export ถูกเปลี่ยนชื่อหรือไม่
Resource Name เปลี่ยนหรือไม่
API เก่าถูกยกเลิกหรือไม่
หาก Changelog ระบุ Breaking Change ต้องแก้ Integration ตาม Documentation ใหม่
การ Restart Server ซ้ำ ๆ ไม่สามารถแก้ Export ที่ไม่มีอยู่ได้
㉔ อัปเดตแล้ว Database Error
Error ที่ควรสังเกต เช่น
Unknown column
Table doesn't exist
Duplicate column
SQL Error
หากเกิดทันทีหลังอัปเดต ให้ตรวจ Migration ของ Script
ตัวอย่าง Version ใหม่อาจเพิ่ม Column
phone_number
แต่ Database ยังเป็น Schema เก่า
Code ใหม่จึง Query Column ที่ไม่มีอยู่
อย่าแก้ SQL แบบเดาสุ่ม ควรเทียบ Database Schema กับ Update Guide ของ Version ที่ติดตั้ง
㉕ อัปเดต Dependency ก่อนหรือ Script หลักก่อน
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุก Script แต่ต้องดู Requirements ของ Release
หลักการคือ Resource ที่ถูกพึ่งพาต้องอยู่ใน Version ที่ Script ใหม่รองรับ
ตัวอย่าง
my-script v2
↓
ต้องใช้ ox_lib เวอร์ชันที่กำหนด
จึงควรเตรียม Dependency ให้พร้อมก่อน Start my-script v2
แต่ถ้า Dependency เป็น Core ที่ Resource จำนวนมากใช้ เช่น Framework หรือ Library การอัปเดต Dependency นั้นอาจกระทบ Script ตัวอื่นด้วย
ดังนั้นต้องทดสอบทั้งระบบ ไม่ใช่มองเฉพาะ Script ที่กำลังอัปเดต
㉖ Script ไหนไม่ควร Hot Update
Resource ขนาดเล็กอาจ Restart แยกได้สะดวก แต่บางระบบควรอัปเดตช่วง Maintenance มากกว่า
โดยเฉพาะ
Framework Core
Inventory
Database Connector
Character System
Housing
Banking
Phone
Core Player Data
เพราะ Resource เหล่านี้อาจมี State หรือถูก Resource อื่นเรียกใช้งานจำนวนมาก
การ Restart ระหว่างผู้เล่นออนไลน์อาจทำให้ระบบอื่นเกิด Error ชั่วคราวหรือข้อมูลไม่อยู่ในสภาวะที่คาดหวัง
㉗ ควรทดสอบใน Test Server ก่อนหรือไม่
ถ้าเป็น Server RP ที่เปิดจริง คำตอบคือ ควร
โครงสร้างที่ดีที่สุดคือ
Production
↓
Copy/Backup
↓
Test Server
↓
Update
↓
Test
↓
แก้ Error
↓
ผ่านแล้วจึง Update Production
Test Server ช่วยให้สามารถ
ทดลอง SQL Migration
เปรียบเทียบ Config
ดู Error
ทดสอบ Dependency
ทดสอบ Framework Compatibility
ทดสอบ Integration
ได้โดยไม่กระทบผู้เล่นจริง
สำหรับ Server ขนาดใหญ่ นี่เป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่าการแก้ Production หลัง Server พังมาก
㉘ Checklist ก่อนอัปเดต Script FiveM
ก่อน Update
อ่าน Changelog แล้ว
อ่าน Breaking Changes แล้ว
ตรวจ Framework แล้ว
ตรวจ Dependency แล้ว
Backup Resource เดิมแล้ว
Backup
server.cfgแล้วBackup Database แล้ว
เก็บ Config เดิมแล้ว
รู้ Version ปัจจุบัน
ดาวน์โหลด Version ใหม่จากแหล่งที่เชื่อถือได้
ระหว่าง Update
Stop Resource แล้ว
ไม่ Copy ไฟล์เก่าทับแบบสุ่ม
ใช้ Manifest ใหม่เป็นฐาน
Merge Config อย่างระมัดระวัง
ทำ SQL Migration ตามลำดับ
Update Dependency ที่จำเป็น
ตรวจ Start Order
หลัง Update
Resource Start สำเร็จ
Server Console ไม่มี Error สำคัญ
F8 ไม่มี Error สำคัญ
Feature หลักทำงาน
Database บันทึกได้
Integration ทำงาน
Reconnect แล้วยังทำงาน
Restart Resource แล้วยังปกติ
Restart Server แล้วยังปกติ
ถ้าผ่านครบจึงควรถือว่าอัปเดตเสร็จสมบูรณ์
วิธีอัปเดต Script FiveM แบบปลอดภัยที่สุด
สำหรับ Production Server สามารถใช้ Workflow นี้เป็นมาตรฐานได้
1. อ่าน Changelog
2. Backup Resource
3. Backup Database
4. ดาวน์โหลด Version ใหม่
5. เปรียบเทียบ Config
6. ตรวจ Dependency
7. ทดสอบใน Test Server
8. Stop Resource เดิม
9. เปลี่ยนเป็น Version ใหม่
10. ทำ Migration
11. refresh / ensure
12. ตรวจ Console
13. เข้าเกมทดสอบ
14. Restart Server ทดสอบ
15. เก็บ Version เดิมไว้สำหรับ Rollback
ถ้ามีปัญหาในขั้นใด ให้หยุดและหาสาเหตุก่อน ไม่ควรอัปเดต Resource ตัวต่อไป
สรุปวิธีอัปเดต Script FiveM โดย Server ไม่พัง
การอัปเดต Script FiveM ที่ปลอดภัยที่สุดคือ ไม่ Update ทับของเดิมแบบสุ่ม และไม่อัปเดตหลายระบบพร้อมกัน
ก่อนอัปเดตต้องอ่าน Changelog ตรวจ Dependency และ Backup ทั้ง Script กับ Database จากนั้นเปรียบเทียบ Config เก่ากับใหม่ ทำ Migration ตามที่ Developer กำหนด และทดสอบ Resource ใน Test Server ก่อนนำขึ้น Production
หลังเปลี่ยนไฟล์ สามารถใช้คำสั่ง FiveM เช่น
refresh
ensure resource_name
เพื่อให้ Server ตรวจ Resource และ Start/Restart Resource ตามความเหมาะสม แต่ต้องตรวจ Server Console และ Client F8 หลังอัปเดตทุกครั้ง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมี Rollback Plan ถ้า Version ใหม่มีปัญหาต้องสามารถกลับไปยัง Script และ Database Version เดิมได้
แนวทางของ comsiam คืออัปเดต FiveM Server ทีละ Resource และสร้าง Checkpoint ทุกครั้งเมื่อระบบผ่านการทดสอบ เพราะวิธีนี้ช่วยจำกัดขอบเขตปัญหาได้ดีที่สุด
สำหรับ Server RP ที่มีผู้เล่นจริง comsiam แนะนำให้ Framework, Inventory, Database และระบบ Core อัปเดตในช่วง Maintenance และผ่าน Test Server ก่อนเสมอ เพราะความเสถียรของ Server สำคัญกว่าการรีบใช้ Version ใหม่ในวันแรก
Comments
Post a Comment