ตั้งค่า ROV สำหรับมือใหม่ ปรับยังไงให้เล่นง่ายขึ้น
การตั้งค่า ROV ให้เหมาะกับตัวเองมีผลต่อการเล่นมากกว่าที่มือใหม่หลายคนคิด เพราะต่อให้เลือกฮีโร่เก่งหรือมีมือถือแรง หากตั้งค่าปุ่ม การเลือกเป้าหมาย กล้อง กราฟิก หรือ FPS ไม่เหมาะ ก็อาจเกิดปัญหา เช่น ตีผิดตัว กดสกิลไม่ทัน มองแผนที่ไม่ถนัด หรือเครื่องกระตุกตอน Team Fight
สำหรับมือใหม่ไม่จำเป็นต้องคัดลอก Setting ของโปรเพลเยอร์ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือเริ่มจาก ค่าที่ควบคุมง่าย มองเห็นชัด และทำให้ FPS เสถียร แล้วค่อยปรับทีละอย่างเมื่อเริ่มรู้ว่าตัวเองมีปัญหาตรงไหน
บทความนี้จะพาไล่ตั้งค่า ROV ตั้งแต่การควบคุม การโจมตี การเลือกเป้าหมาย Mini Map กล้อง กราฟิก FPS เสียง ไปจนถึงวิธีทดสอบ Setting ก่อนลง Ranked
มือใหม่ควรตั้งค่า ROV ยังไง?
ถ้าต้องการคำตอบแบบเร็ว ให้เริ่มจากหลักนี้
① เน้น FPS เสถียรก่อนภาพสวย
② เปิดตัวเลือกโจมตีที่ช่วยแยกฮีโร่ ครีป และป้อม หากเวอร์ชันเกมมีให้เลือก
③ ตั้งปุ่ม Skill ให้นิ้วกดถึงง่าย
④ อย่าปรับ Sensitivity สูงเกินไปตั้งแต่แรก
⑤ เปิดข้อมูลที่ช่วยดู Mini Map และสถานะทีม
⑥ ปรับเสียงให้ได้ยินสัญญาณสำคัญ
⑦ ปิด Effect ที่ไม่จำเป็นหากเครื่องกระตุก
⑧ ทดลอง Setting ใน Training ก่อนลง Rank
ไม่จำเป็นต้องปรับทุกเมนูในวันเดียว
เข้าเมนูตั้งค่า ROV ตรงไหน?
จากหน้าหลักของเกม ให้มองหา
Settings / การตั้งค่า / ไอคอนรูปเฟือง
จากนั้นภายในเกมอาจแบ่งเมนูออกเป็นหลายประเภท เช่น
Control
Interface
Graphics
Sound
Camera
Network
Battle
Quick Chat
ชื่อเมนูและตำแหน่งสามารถเปลี่ยนตามเวอร์ชันของ ROV
ดังนั้นให้ยึดหน้าจอที่ปรากฏบนเครื่องของคุณเป็นหลัก
① ตั้งค่าการโจมตีให้เลือกเป้าหมายง่าย
หนึ่งในปัญหาสำคัญของมือใหม่คือ
อยากตีฮีโร่ แต่ไปตีครีป
หรือ
อยากตีป้อม แต่เกมล็อกฮีโร่
หาก ROV เวอร์ชันปัจจุบันมีตัวเลือกแยกปุ่มโจมตีเป้าหมาย เช่น
ฮีโร่
ครีป
ป้อม
ควรทดลองเปิดใช้
เพราะช่วยให้ควบคุม Target ได้แม่นกว่าการใช้ปุ่มโจมตีเดียวทุกสถานการณ์
ทำไมต้องแยกปุ่มโจมตี?
สมมติศัตรูเลือดน้อยอยู่ใต้ป้อม
ถ้ามีครีปอยู่ใกล้ ๆ และคุณกดโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมาย ระบบอาจเลือกเป้าหมายที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ
การมีตัวเลือก Target ช่วยให้คุณตัดสินใจเองมากขึ้นว่า
ตอนนี้จะตีใคร
นี่สำคัญมากกับ Carry และ Fighter ที่ใช้การโจมตีปกติบ่อย
มือใหม่ควรเลือกเป้าหมายแบบไหน?
ROV สามารถมีตัวเลือกเกี่ยวกับ Priority Target แตกต่างตามเวอร์ชัน เช่นการให้ระบบพิจารณา
HP ต่ำ
เปอร์เซ็นต์ HP
ระยะ
เป้าหมายที่เลือกเอง
สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญกว่าเลือกค่าตามคนอื่นคือเข้าใจผลของมัน
ถ้าเลือกเน้นศัตรูเลือดต่ำ ระบบอาจพยายามช่วยล็อกตัวที่ใกล้ตาย
แต่ถ้าศัตรูเลือดต่ำอยู่ในตำแหน่งอันตราย คุณก็ยังต้องตัดสินใจเองว่าไม่ควรไล่
Setting ช่วยเลือกเป้าหมาย แต่ไม่ได้แทน Game Sense
② เปิดระบบเลือกเป้าหมายแบบ Manual หากเริ่มเล่นคล่อง
เมื่อเริ่มเข้าใจเกม ควรเรียนรู้การเลือกฮีโร่เป้าหมายด้วยตัวเอง หากระบบปัจจุบันมี Target Lock หรือ Hero Portrait ให้ใช้
ตัวอย่าง
Team Fight มี
Tank อยู่ด้านหน้า
Carry อยู่ด้านหลัง
ถ้าคุณเป็น Assassin คุณอาจไม่ต้องการใช้ Ultimate ใส่ Tank
การเลือก Target เองช่วยให้ Skill สำคัญไปโดนคนที่ต้องการ
มือใหม่ต้องเปิด Hero Lock เลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองตั้งแต่เกมแรก
ถ้าเปิดแล้วรู้สึกว่าหน้าจอซับซ้อน ให้เริ่มจากระบบพื้นฐานก่อน
เมื่อเริ่มเจอปัญหา
“ทำไมสกิลไปโดนผิดตัวตลอด?”
ค่อยทดลองระบบ Lock เพิ่ม
แนวทางที่ดีคือเพิ่มความซับซ้อนทีละขั้น
③ ปรับตำแหน่งปุ่มให้เข้ากับนิ้ว
มือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
มือถือ 6.1 นิ้วกับ 7 นิ้วก็มีระยะนิ้วต่างกัน
หาก ROV เปิดให้ปรับ HUD หรือ Layout ควรจัดปุ่มสำคัญให้อยู่ในตำแหน่งที่กดได้โดยไม่ต้องยืดนิ้วมาก
ปุ่มที่ต้องใช้บ่อย เช่น
Attack
Skill 1
Skill 2
Ultimate
Talent
Recall
Item Active
ควรกดถึงได้โดยธรรมชาติ
ปุ่ม Skill ควรใหญ่แค่ไหน?
ไม่มีขนาดเดียวที่ดีที่สุด
หลักง่าย ๆ คือ
ใหญ่พอให้กดไม่พลาด แต่ไม่ใหญ่จนบังหน้าจอ
หากกดผิด Skill บ่อย ให้เพิ่มขนาดหรือขยับตำแหน่งเล็กน้อย
หากปุ่มบังพื้นที่ Team Fight มากเกินไป ค่อยลดลง
ปรับทีละนิด ไม่ควรเปลี่ยน Layout ครั้งใหญ่ก่อนเข้า Rank
มือถือจอใหญ่ควรขยับปุ่มไหม?
ควรทดลอง
มือถือจอใหญ่อาจทำให้ปุ่มเดิมอยู่ไกลจากตำแหน่งนิ้วโป้ง
หากรู้สึกว่าต้องยืดนิ้วเพื่อกด Ultimate ให้ขยับเข้ามาในพื้นที่ที่นิ้วแตะได้ง่าย
เป้าหมายคือให้
Movement + Attack + Skills
สามารถทำต่อเนื่องได้โดยมือไม่เกร็ง
④ ตั้งค่ากล้องให้มองไฟต์ง่าย
Camera มีผลมากกับ ROV
ถ้ากล้องแคบเกินไป อาจไม่เห็นศัตรูที่กำลังเข้ามา
หากเกมมีตัวเลือก Camera Distance หรือมุมมอง ให้ทดลองระดับที่ช่วยให้มองพื้นที่รอบตัวได้มากขึ้นโดยที่ฮีโร่ยังมองเห็นชัด
อย่าปรับเพียงเพราะโปรเพลเยอร์ใช้ค่าใดค่าหนึ่ง
ต้องเหมาะกับขนาดหน้าจอของคุณด้วย
ฝึกเลื่อนกล้องสำคัญไหม?
สำคัญมาก
อย่ามองเฉพาะบริเวณฮีโร่ตัวเองตลอดเกม
ควรฝึกเลื่อนกล้องดู
Team Fight ที่กำลังเกิด
Objective
Bush
ศัตรูที่อยู่ข้างหน้า
เลนอื่น
ก่อนเดินเข้าไป
สิ่งนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า
ควรเข้าไฟต์หรือถอย
Camera Sensitivity ควรสูงไหม?
ไม่จำเป็นต้องสูงที่สุด
ถ้าสูงเกินไป กล้องอาจเคลื่อนเร็วจนควบคุมยาก
ถ้าต่ำเกินไป จะลากดูพื้นที่ไกลช้า
สำหรับมือใหม่เริ่มจากระดับกลางแล้วทดสอบ
ถ้ารู้สึกว่า
ลากไม่ทัน
ค่อยเพิ่ม
ถ้า
กล้องกระโดดเร็วเกิน
ค่อยลด
⑤ Mini Map ต้องดูง่ายที่สุด
Mini Map เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดของเกม
Setting ที่ดีต้องไม่ทำให้ Mini Map เล็กจนคุณไม่เห็นข้อมูล
คุณต้องพอมองออกว่า
เพื่อนอยู่ตรงไหน
ศัตรูโผล่เลนไหน
ใครหาย
ป้อมไหนถูกดัน
Objective อยู่ฝั่งใด
ถ้าเล่นหลายเกมแล้วยังแทบไม่เคยมอง Mini Map ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Setting อย่างเดียว แต่ต้องฝึกนิสัยการมองด้วย
Mini Map ควรอยู่ซ้ายหรือขวา?
ใช้ตำแหน่งที่เกมรองรับและคุณถนัด
มือใหม่ไม่จำเป็นต้องย้ายตำแหน่งเพียงเพราะเห็นนักแข่งทำ
สิ่งสำคัญคือมองได้โดยไม่เสียเวลาหาตำแหน่ง
ถ้าเล่นมาตั้งแต่แรกกับ Map ด้านหนึ่งแล้วถนัด ก็สามารถใช้ต่อได้
⑥ เปิดข้อมูล HP ให้เห็นชัด
การเห็น HP ของตัวเอง เพื่อน และศัตรูชัดเจนช่วยในการตัดสินใจ
ก่อนเข้า Team Fight ดูว่า
ทีมเราเลือดเต็มไหม
ศัตรูตัวหลักเหลือเท่าไร
เราพร้อมสู้หรือควรถอย
อย่าเข้า Fight เพียงเพราะเห็นเพื่อนเดินเข้า หากตัวคุณเหลือ HP น้อยมาก
⑦ ตั้งค่ากราฟิกโดยให้ FPS มาก่อน
สำหรับเกม MOBA ความลื่นและความเสถียรมักสำคัญกว่าการเปิด Effect สูงสุด
หากเครื่องไม่แรง ให้ลด
Graphic Quality
Shadow
Effect
Resolution
รายละเอียดที่กิน GPU
ตามตัวเลือกที่เกมเปิดให้
เป้าหมายคือให้ Team Fight ใหญ่ ๆ ยังควบคุมได้ต่อเนื่อง
ภาพสวยกับ FPS เลือกอะไรดี?
ถ้าต้องเลือกระหว่าง
กราฟิกสูงแต่ FPS ตก
กับ
กราฟิกกลางแต่ FPS เสถียร
สำหรับการเล่นแข่งขันควรเริ่มจาก FPS เสถียรกว่า
เพราะ FPS ตกตอน Team Fight อาจทำให้
Aim Skill พลาด
กด Flicker ช้า
Movement สะดุด
Combo ขาด
ตอบสนองช้า
FPS ROV คืออะไร?
FPS ย่อมาจาก Frames Per Second
หมายถึงจำนวนภาพที่แสดงต่อหนึ่งวินาที
โดยทั่วไป FPS ที่สูงและเสถียรทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้น
แต่การตั้ง FPS สูงกว่าที่มือถือรองรับอย่างเสถียรอาจทำให้
ร้อน
กินแบต
FPS แกว่ง
เครื่องลดความเร็วจากความร้อน
จึงต้องเลือกให้เหมาะกับเครื่อง
ควรเปิด FPS สูงสุดไหม?
ไม่เสมอไป
ถ้ามือถือรองรับและรักษา FPS ได้ดี สามารถใช้ค่าที่สูงขึ้นได้
แต่หากเปิดแล้ว
เครื่องร้อนเร็ว
แบตลดเร็ว
Team Fight เฟรมตก
เกมเด้ง
ให้ลดระดับลง
FPS เสถียรสำคัญกว่า FPS สูงสุดบนกระดาษ
ทำไมเมนู FPS ของแต่ละมือถือไม่เหมือนกัน?
เพราะตัวเลือกอาจขึ้นกับ
รุ่นมือถือ
Chipset
GPU
หน้าจอ Refresh Rate
ระบบปฏิบัติการ
การรองรับจากเกม
เวอร์ชัน ROV
ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้าเพื่อนมีตัวเลือก FPS ที่คุณไม่มี
⑧ มือถือสเปกต่ำตั้ง ROV ยังไง?
เริ่มจาก
Graphics
ต่ำหรือระดับที่เครื่องไหว
Effect
ลดลง
Shadow
ปิดหรือลด หากมีตัวเลือก
Resolution
อย่าใช้สูงเกินความจำเป็น
FPS
เลือกระดับที่เล่นแล้วคงที่
จากนั้นปิดแอปอื่นก่อนเข้าเกม
อย่าเปิดทุกอย่างต่ำทันทีถ้าเครื่องยังไหวดี เพราะสามารถเพิ่มทีละรายการเพื่อหาจุดสมดุลได้
มือถือแรงควรเปิดทุกอย่างสุดไหม?
ไม่จำเป็น
แม้มือถือเรือธงก็มีข้อจำกัดเรื่องความร้อน
เล่น 5 นาทีอาจลื่น แต่หลังเล่นต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงอุณหภูมิสูงและเกิด Thermal Throttling
จึงควรทดสอบจากการเล่นจริง
ถ้าเปิดสุดแล้ว FPS ยังนิ่งและอุณหภูมิเหมาะสมก็ใช้ได้
ถ้าเริ่มร้อนจัด ควรลดบางตัวเลือก
⑨ ปิด Power Saving ตอนเล่นถ้าทำให้เกมช้า
โหมดประหยัดพลังงานของมือถือบางรุ่นอาจจำกัด
CPU
GPU
Background Network
Refresh Rate
หากเปิดแล้ว ROV กระตุก ให้ทดลองปิด Battery Saver ก่อนเล่น
แต่ถ้าแบตใกล้หมด ควรชาร์จหรือหยุดเล่นมากกว่าฝืนเล่น Ranked ด้วยเครื่องที่กำลังลดประสิทธิภาพ
⑩ ตั้งเสียงเกมให้เหมาะสม
อย่าปิดเสียงทั้งหมดโดยไม่จำเป็น
เสียงในเกมช่วยรับรู้เหตุการณ์บางอย่างได้
ควรจัดระดับ
Music
Sound Effect
Voice
Team Voice
Announcement
ให้ได้ยินข้อมูลสำคัญโดยไม่ดังจนรบกวน
Music ควรเปิดไหม?
ขึ้นกับความชอบ
ถ้ารู้สึกว่าเพลงทำให้เสียสมาธิ สามารถลดลงได้
แต่ควรเก็บ Sound Effect หรือเสียง Gameplay ที่มีประโยชน์ไว้ในระดับที่ได้ยิน
เป้าหมายคือให้เสียงช่วยเล่น ไม่ใช่กลบกันเอง
Voice Chat ควรเปิดไหม?
ถ้าเล่นกับเพื่อนหรือทีมประจำ Voice Chat มีประโยชน์
ใช้สำหรับบอกสั้น ๆ เช่น
ป่ามา
Mid หาย
ถอย
ตี Objective
Ult ไม่พร้อม
แต่ถ้าเล่น Solo และเสียงรบกวนสมาธิ สามารถปรับระดับหรือปิดตามความเหมาะสม
ไมค์ไม่ดังต้องตั้งตรงไหน?
ตรวจสองส่วน
ภายใน ROV
ดูว่า Microphone และ Voice เปิดหรือไม่
มือถือ
ตรวจ Permission ของ ROV ว่าอนุญาตใช้ Microphone หรือไม่
ถ้าใช้หูฟัง Bluetooth ให้ตรวจ Input Device เพิ่มด้วย
⑪ ตั้ง Quick Chat ให้เป็นคำที่ใช้จริง
Quick Chat มีประโยชน์มากสำหรับคนไม่เปิดไมค์
เลือกข้อความที่ช่วยทีม เช่น
ถอย
รวมทีม
ศัตรูหาย
โจมตี
ป้องกันป้อม
ระวัง
Objective
ไม่ควรใส่ข้อความที่ใช้เพียงแซวเพื่อนจนไม่มีพื้นที่สำหรับคำสั่งสำคัญ
Ping สำคัญกว่า Chat ยาว
ระหว่าง Team Fight ไม่มีเวลาพิมพ์ประโยคยาว
การ Ping Map หรือส่ง Quick Message มักเร็วกว่าการหยุดควบคุมตัวละครแล้วพิมพ์
ฝึกใช้ Ping ให้เป็นนิสัย
⑫ ปรับ Aim Skill ให้เหมาะกับฮีโร่
ฮีโร่แต่ละตัวใช้ Skill ต่างกัน
บางตัว
กดแล้วออกทันที
ต้องลากทิศทาง
ต้องเลือกพื้นที่
ต้องเลือกฮีโร่
การตั้ง Aim ที่รู้สึกดีสำหรับ Mage อาจไม่เหมือน Assassin
ดังนั้นอย่าเปลี่ยน Aim Setting ทุกครั้งที่เปลี่ยนฮีโร่โดยไม่จำเป็น
หาค่าพื้นฐานที่ใช้ได้หลายตัวก่อน
กดสกิลเร็วกับลากสกิลต่างกันยังไง?
การแตะ Skill ทันทีอาจให้ระบบช่วยเลือกเป้าหมายตามเงื่อนไข
การลาก Skill ช่วยควบคุมทิศทางหรือเป้าหมายด้วยตัวเองมากขึ้น
มือใหม่ควรฝึกทั้งสองแบบ
เพราะบางจังหวะต้องใช้เร็ว
บางจังหวะต้อง Aim ให้แม่น
⑬ ตั้ง Cancel Skill ให้ใช้ง่าย
ฮีโร่ที่ต้องลาก Skill มีโอกาสเกิดสถานการณ์
ลากแล้วเปลี่ยนใจ ไม่อยากใช้
ควรรู้ว่าพื้นที่ Cancel Skill อยู่ตรงไหน
ทดลองใน Training จนสามารถยกเลิก Skill ได้โดยไม่ปล่อยผิด
ช่วยลดการเสีย Ultimate โดยไม่จำเป็น
⑭ อย่าคัดลอก Setting โปร 100%
Setting ของโปรเพลเยอร์ถูกสร้างขึ้นสำหรับ
มือของเขา
มือถือของเขา
Hero Pool ของเขา
Muscle Memory ของเขา
ไม่ใช่ของคุณ
สามารถดูเป็นแนวทางได้ แต่ต้องทดลองจริง
ตัวอย่าง โปรอาจใช้ Sensitivity สูงมากเพราะฝึกมานาน หากมือใหม่คัดลอกอาจ Aim สั่นและเล็งพลาด
⑮ อย่าเปลี่ยน Setting ทุกครั้งที่แพ้
แพ้หนึ่งเกมไม่ได้หมายความว่า Setting ผิด
สาเหตุอาจเป็น
Draft
Position
Item
Decision
Objective
Matchup
หากเปลี่ยน Control ทุกครั้งหลังแพ้ Muscle Memory จะไม่พัฒนา
ใช้ Setting เดิมหลายเกมก่อนตัดสินว่าไม่เหมาะจริง
วิธีทดสอบ Setting ที่ดีที่สุด
ใช้ Training Mode
ทดสอบ
① เดิน
② โจมตีปกติ
③ เลือกครีป
④ เลือกฮีโร่
⑤ ลาก Skill
⑥ Cancel Skill
⑦ Flicker
⑧ เลื่อน Camera
⑨ ซื้อ Item
⑩ ใช้ Active Item
จากนั้นถามตัวเองว่า
มีปุ่มไหนกดไม่ถึงหรือกดผิดบ่อยไหม?
ถ้ามี ค่อยปรับ
ทดสอบ Setting กี่เกมก่อนเข้า Rank?
หลังปรับครั้งใหญ่ ควรทดลอง Training ก่อนแล้วเล่น Normal หลายเกมจนรู้สึกว่ากดปุ่มโดยไม่ต้องคิดมาก
ไม่จำเป็นต้องกำหนดจำนวนเกมตายตัว
หลักคือถ้ายัง
กด Skill ผิด
หา Attack Button ไม่เจอ
เลื่อนกล้องไม่ถนัด
Cancel Skill ไม่ได้
ก็ยังไม่ควรรีบเข้า Ranked
Setting สำหรับ Carry มือใหม่
เน้น
Targeting ชัด
ปุ่มโจมตีเข้าถึงง่าย
แยกการตีฮีโร่/ครีป/ป้อมถ้ามี
Hero Lock เมื่อเริ่มคล่อง
FPS เสถียร
Mini Map ชัด
Carry ต้องโจมตีต่อเนื่อง จึงไม่ควรวาง Attack Button ในตำแหน่งที่นิ้วเกร็ง
Setting สำหรับ Mage มือใหม่
เน้น
Skill Aim
Camera
Mini Map
Cancel Skill
Hero Targeting
Mage ต้องดูระยะสกิลและ Position จึงควรฝึกเลื่อนกล้องก่อนใช้ Skill ระยะไกล
Setting สำหรับ Jungle มือใหม่
เน้น
Mini Map
Camera
Targeting
Punish/Challenger Skill
ปุ่ม Attack
Objective Visibility
Jungle ต้องสลับระหว่าง Monster, Hero และ Objective จึงควรควบคุม Target ให้แม่น
Setting สำหรับ Roaming มือใหม่
เน้น
Mini Map
Camera
Quick Chat
Ping
Voice
Skill Aim
Roaming ต้องมองทีมมากกว่ามองตัวเอง จึงควรให้ Map และ Communication ใช้งานง่าย
Setting สำหรับ Dark Slayer Lane
เน้น
Targeting
Hero Lock
Attack Control
Mini Map
Camera
เพราะต้องทั้ง Trade 1v1 และระวัง Jungle ที่เข้ามา Gank
ตั้ง ROV แล้วเครื่องร้อนทำไง?
ลดภาระเครื่องก่อน
① ลดกราฟิก
② ลด Effect
③ ลด FPS หากเครื่องรักษาไม่ไหว
④ ปิดแอปเบื้องหลัง
⑤ ถอดเคสหนาหากจำเป็นและปลอดภัย
⑥ อย่าเล่นกลางแดด
⑦ หลีกเลี่ยงชาร์จเร็วพร้อมเล่นหนักถ้าเครื่องร้อนมาก
ถ้าเครื่องร้อนผิดปกติ ควรหยุดพักแทนการฝืนเล่น
ตั้งกราฟิกต่ำทำให้เล่นเสียเปรียบไหม?
ไม่จำเป็น
ถ้าข้อมูล Gameplay สำคัญยังมองเห็นครบ การลดรายละเอียดเพื่อให้ FPS เสถียรอาจเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ
สิ่งสำคัญคือ
เห็นฮีโร่
เห็น Skill
เห็น Map
ควบคุมได้
FPS ไม่ตก
ไม่จำเป็นต้องเห็น Effect สูงสุดทุกอย่าง
ทำไม Setting เดิมหลัง Update แล้วรู้สึกไม่เหมือนเดิม?
Patch ใหม่สามารถเปลี่ยน
UI
Control
Graphics
Performance
Options
ได้
หลัง Patch ใหญ่จึงควรตรวจ Settings อีกครั้งก่อน Ranked
โดยเฉพาะ
Button Layout
Targeting
FPS
Camera
Voice
Quick Chat
เปลี่ยนมือถือ Setting ตามมาด้วยไหม?
อย่าคาดหวังว่า Setting ส่วนตัวทุกอย่างจะย้ายตามบัญชีเสมอ
หลัง Login เครื่องใหม่ควรตรวจใหม่ทั้งหมด
เพราะ
Resolution ต่าง
ขนาดจอต่าง
Hardware ต่าง
Touch ต่าง
Setting ที่ดีบนมือถือเครื่องเก่าอาจไม่เหมาะกับเครื่องใหม่
ก่อนเปลี่ยนมือถือควร Screenshot Setting ไหม?
ควร หากคุณมี Layout ที่ใช้มานาน
Screenshot หน้า
Control
Graphics
Camera
Sound
Button Layout
ไว้
เมื่อเปลี่ยนมือถือจะได้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งใหม่
แต่ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนเดิม 100% ถ้าขนาดหน้าจอต่างกันมาก
Setting ที่ดีที่สุดมีไหม?
ไม่มี Setting เดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
ค่าที่ดีควรมี 4 อย่าง
กดง่าย
มองง่าย
FPS เสถียร
เหมาะกับฮีโร่ที่เล่น
ถ้าผ่าน 4 ข้อนี้ ถือว่าเป็น Setting ที่ดีสำหรับคุณ
มือใหม่ควรตั้งอะไรเป็นอันดับแรก?
เรียงลำดับแบบนี้
อันดับ 1: Graphics/FPS
ทำให้เกมลื่นก่อน
อันดับ 2: Control
ให้โจมตีและใช้ Skill ง่าย
อันดับ 3: Targeting
ลดการตีผิดเป้าหมาย
อันดับ 4: Camera
ช่วยอ่านสถานการณ์
อันดับ 5: Mini Map และ Communication
ช่วยเล่นกับทีม
ไม่ต้องเริ่มจากการปรับรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีผลต่อการเล่น
Setting มือใหม่แบบแนะนำ
ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ดังนี้
Graphics
ใช้ระดับที่เครื่องรักษา FPS ได้เสถียร
FPS
ใช้ระดับสูงที่เครื่องสามารถรักษาได้โดยไม่ร้อนและเฟรมตกหนัก
Targeting
เปิดตัวช่วยเลือกเป้าหมายที่ทำให้แยกฮีโร่/ครีป/ป้อมง่าย หากเกมมีตัวเลือก
Camera
ระดับกลางก่อน แล้วค่อยปรับ
Skill Aim
เริ่มจากค่ามาตรฐานแล้วฝึก Manual Aim
Mini Map
ต้องมองเห็นชัด
Sound
ลด Music ได้ แต่เก็บ Gameplay Sound
Voice
เปิดเมื่อเล่นกับทีมที่ต้องสื่อสาร
นี่เป็น ค่าตั้งต้นแนะนำ ไม่ใช่กฎว่าทุกคนต้องใช้เหมือนกัน
10 ข้อเช็กก่อนลง Ranked
✓ FPS เสถียร
✓ ปุ่มไม่บังกัน
✓ กด Ultimate ไม่ผิด
✓ Attack Target ได้
✓ Aim Skill ถนัด
✓ Cancel Skill เป็น
✓ Mini Map มองง่าย
✓ Camera เลื่อนได้
✓ Ping/Quick Chat ใช้ได้
✓ Voice ใช้งานได้หากจำเป็น
ถ้ายังติดขัด ให้แก้ใน Training ก่อน
10 ข้อผิดพลาดในการตั้งค่าของมือใหม่
① เปิดกราฟิกสูงสุดทั้งที่เครื่องไม่ไหว
② คัดลอกโปรทุกค่า
③ Sensitivity สูงเกิน
④ ปุ่ม Skill เล็กเกิน
⑤ ปุ่มบังกัน
⑥ ไม่ฝึก Target Lock
⑦ ไม่ดู Mini Map
⑧ เปลี่ยน Layout ทุกวัน
⑨ เข้า Rank ทันทีหลังเปลี่ยน Setting
⑩ คิดว่า Setting จะทำให้เก่งโดยไม่ต้องฝึก
Setting มีหน้าที่ทำให้คุณควบคุมเกมได้ดีขึ้น แต่ฝีมือยังต้องมาจากการเล่น
วิธีรู้ว่า Setting ปัจจุบันไม่เหมาะ
ถ้าเจออาการเหล่านี้บ่อย ควรกลับมาปรับ
ตีผิดตัวตลอด
กด Ultimate ผิด
เล็ง Skill เลยเป้าหมาย
เลื่อนกล้องไม่ทัน
มอง Mini Map ไม่เห็น
ปุ่มไกลเกิน
FPS ตก
เครื่องร้อนมาก
Effect บังไฟต์
Communication ใช้งานยาก
แก้เฉพาะปัญหาที่พบจริงทีละข้อ
สูตรปรับ Setting ROV ที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
ใช้สูตร
ปรับ 1 อย่าง → Training → Normal → ประเมิน → ค่อยปรับอีกอย่าง
อย่าใช้
เปลี่ยน 10 ค่า → เข้า Rank → เล่นไม่ถนัด → ไม่รู้ว่าอะไรผิด
การเปลี่ยนทีละค่าเป็นวิธีที่หา Setting ที่เหมาะกับตัวเองได้เร็วกว่า
สรุปตั้งค่า ROV สำหรับมือใหม่ ปรับยังไงให้เล่นง่ายขึ้น
สำหรับมือใหม่ การตั้งค่า ROV ที่ดีไม่ใช่การเปิดทุกอย่างสูงสุดหรือคัดลอก Setting ของโปรเพลเยอร์ แต่คือการทำให้ เกมลื่น ปุ่มกดง่าย เลือกเป้าหมายแม่น และมองข้อมูลสำคัญได้ชัด
เริ่มจาก
FPS เสถียร → Control → Targeting → Camera → Mini Map → Sound/Communication
ถ้ามือถือสเปกไม่สูง ให้ลดกราฟิกและ Effect ก่อนเพื่อรักษา FPS
ถ้าตีผิดเป้าหมายบ่อย ให้ตรวจระบบ Targeting และตัวเลือกแยกการโจมตีที่เกมมีให้
ถ้ากด Skill พลาด ให้ปรับขนาดและตำแหน่งปุ่ม
ถ้ามองเกมไม่ทัน ให้ฝึก Camera และ Mini Map
และหลังปรับ Setting ครั้งใหญ่ ควรเข้า Training หรือ Normal Match ก่อนลง Ranked เสมอ
ค่าที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่ค่าของโปรคนไหน แต่คือ ค่าที่ทำให้คุณกดได้โดยไม่ต้องคิด มองเกมได้ง่าย และรักษา FPS ได้เสถียรตลอด Team Fight
Comments
Post a Comment