วิธีตั้งค่ากล้อง ROV ให้มองเห็นกว้าง เลื่อนกล้องไว และเล่นง่ายขึ้น
การตั้งค่ากล้อง ROV เป็นสิ่งที่มีผลต่อการเล่นมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเกม MOBA ไม่ได้ต้องมองเฉพาะฮีโร่ของตัวเองเท่านั้น
ระหว่างเกมเราต้องมอง
👁️ ศัตรูที่อยู่นอกหน้าจอ
🗺️ ตำแหน่งเพื่อน
🌿 พุ่มไม้
🐉 Objective
⚔️ ทีมไฟต์
🏰 ป้อม
🏹 Carry ฝ่ายตรงข้าม
🗡️ Assassin ที่กำลังเข้ามา
หากตั้งกล้องไม่เหมาะ อาจทำให้เห็นศัตรูช้า เลื่อนกล้องไม่ทัน หรือเสียเวลาในการหาข้อมูลก่อนเข้าไฟต์
เป้าหมายของการตั้งค่ากล้องที่ดีคือทำให้สามารถ มองข้อมูลรอบตัวได้เร็ว แล้วกลับมาควบคุมฮีโร่ได้ทันที
🎥 กล้อง ROV สำคัญอย่างไร
ผู้เล่นใหม่มักมองเฉพาะบริเวณที่ฮีโร่ของตัวเองยืนอยู่
แต่ผู้เล่นที่เล่นจริงจังจะเลื่อนกล้องไปดูพื้นที่อื่นอยู่ตลอด
ตัวอย่างเช่น
กำลังเดินจากเลนกลางไปมังกร
แทนที่จะมองฮีโร่ตัวเองตลอดเวลา เราสามารถเลื่อนกล้องไปดูว่าบริเวณมังกรกำลังเกิดอะไรขึ้น
ทำให้รู้ก่อนว่า
ศัตรูมีกี่ตัว
เพื่อนกำลังเข้าไฟต์หรือไม่
ควรเดินต่อหรือถอย
ควรใช้สกิลจากระยะไหน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นมาก
① เข้าเมนูตั้งค่ากล้อง ROV
⚙️ เปิดเกม ROV แล้วเข้า
การตั้งค่า > การควบคุม
จากนั้นมองหาตัวเลือกเกี่ยวกับ
หมุนกล้อง
ความไวกล้อง
แพนกล้อง
แสดงกรอบมุมกล้อง
กล้องตามสกิล
และในหมวดการแสดงผลหรือสนามรบอาจมีตัวเลือกเกี่ยวกับ มุมกล้อง
ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวอร์ชันของเกม
② ตั้งหมุนกล้องเป็นแบบสไลด์
👆 สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเลื่อนกล้องไปดูพื้นที่อื่นอย่างรวดเร็ว แนะนำให้ทดลองใช้โหมด สไลด์
แนวคิดคือ
ใช้นิ้วลากบริเวณควบคุมกล้อง
กล้องจะเคลื่อนไปตามทิศทางที่นิ้วลาก
เมื่อปล่อยนิ้ว กล้องสามารถกลับมายังบริเวณฮีโร่ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีคือ
เลื่อนดูไฟต์ได้เร็ว
เช็กพื้นที่ด้านหน้าได้ง่าย
กลับมาคุมฮีโร่เร็ว
ใช้ขณะเดินได้
เหมาะกับการเช็ก Objective
🎯 เป็นรูปแบบที่เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการดูข้อมูลรอบสนามบ่อย ๆ
③ ความไวกล้องควรตั้งเท่าไร
🎚️ ไม่มีค่าตายตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
ถ้าตั้งความไวต่ำเกินไป
เลื่อนกล้องได้ระยะน้อย
ต้องลากหลายครั้ง
ดูพื้นที่ไกลช้า
แต่ถ้าตั้งสูงเกินไป
กล้องพุ่งเร็ว
หยุดยาก
ภาพสั่น
เลื่อนไปเลยจุดที่ต้องการ
จุดเริ่มต้นที่ดีคือ ระดับกลางหรือประมาณกึ่งกลาง
จากนั้นค่อยเพิ่มหรือลดตามความถนัด
④ วิธีหาความไวกล้องที่เหมาะกับตัวเอง
🧪 เข้าโหมดฝึกแล้วทดลองง่าย ๆ
ให้ฮีโร่ยืนอยู่เลนกลาง
จากนั้นลองลากกล้องไปดูพื้นที่
แม่น้ำ
พุ่มด้านข้าง
ป้อม
Objective
เลนด้านหน้า
ถ้าต้องลากหลายครั้งกว่าจะเห็นพื้นที่ที่ต้องการ
➡️ เพิ่มความไว
ถ้าลากครั้งเดียวแล้วเลยตำแหน่งเป้าหมาย
➡️ ลดความไว
ค่าที่ดีคือสามารถ ลากครั้งเดียวแล้วหยุดใกล้พื้นที่ที่ต้องการ
⑤ อย่าตั้งความไวสูงสุดเพราะเห็นโปรใช้
⚠️ ความไวสูงไม่ได้หมายความว่าจะเล่นเก่งขึ้นทันที
ผู้เล่นที่ใช้ความไวสูงมานานจะมี Muscle Memory และควบคุมระยะนิ้วได้ดี
แต่ถ้าเราเพิ่งเปลี่ยนจากความไวต่ำไปสูงสุดทันที อาจเกิด
กล้องส่าย
หาจุดที่ต้องการไม่เจอ
เสียสมาธิ
เวียนหัว
ดูทีมไฟต์ยากขึ้น
ควรเพิ่มทีละน้อยจนเจอค่าที่เหมาะกับมือ
⑥ ตั้งมุมกล้องเป็นแบบไกล
👁️ ถ้าเกมและอุปกรณ์มีตัวเลือกมุมกล้อง
แนะนำให้ทดลอง มุมกล้องแบบไกล
ข้อดีคือเห็นพื้นที่สนามรบได้มากขึ้นในหน้าจอเดียว
ช่วยให้
เห็นศัตรูเร็วขึ้น
เห็นสกิลจากระยะไกล
ประเมินระยะง่ายขึ้น
มองทางเข้าทีมไฟต์ดีขึ้น
เช็กตำแหน่งศัตรูรอบตัวง่ายขึ้น
สำหรับเกม MOBA ข้อมูลในหน้าจอมีมูลค่าสูงมาก
การมองเห็นพื้นที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยให้ตอบสนองเร็วขึ้น
⑦ กล้องไกลดีกว่ากล้องใกล้เสมอไหม
ไม่เสมอไป
📱 บนมือถือจอเล็กมาก การใช้กล้องไกลอาจทำให้
ฮีโร่ดูเล็ก
สกิลดูยาก
รายละเอียดบางอย่างอ่านลำบาก
ถ้ารู้สึกว่ามองตัวละครหรือวงสกิลไม่ชัด ควรทดลองค่าที่ใกล้ขึ้น
เป้าหมายไม่ใช่เห็นไกลที่สุด
แต่คือ เห็นข้อมูลมากที่สุดโดยที่ยังควบคุมได้แม่น
⑧ เปิดแสดงกรอบมุมกล้องบน Mini Map
🗺️ หากมีตัวเลือก แสดงกรอบมุมกล้อง แนะนำให้เปิด
กรอบนี้ช่วยบอกว่า
ตอนนี้พื้นที่ที่เรากำลังมองอยู่บนแผนที่คือบริเวณไหน
มีประโยชน์มากเมื่อเลื่อนกล้องออกจากฮีโร่
ช่วยป้องกันอาการ
เลื่อนกล้องไปแล้วไม่รู้ว่ากำลังดูตรงไหนของแมพ
และยังช่วยฝึกการเชื่อมโยงระหว่างหน้าจอหลักกับ Mini Map ได้ดีขึ้น
⑨ อย่ามองเฉพาะฮีโร่ตัวเอง
👁️ หนึ่งในนิสัยที่ควรเลิกคือมองตัวละครตัวเองตลอดเวลา
ในหลายช่วงของเกม ฮีโร่ของเราไม่ได้ต้องการความสนใจมากนัก
ตัวอย่าง
กำลังเดินจากฐานไปเลน
ระหว่างนั้นสามารถเลื่อนกล้องไปดู
ทีมไฟต์
เลนข้าง
มังกร
ป้อม
ตำแหน่งศัตรู
แทนการมองฮีโร่เดินเฉย ๆ
เวลาที่ตัวละครกำลังเดินคือช่วงที่ดีมากในการเก็บข้อมูล
⑩ เลื่อนกล้องดูล่วงหน้าก่อนเข้าไฟต์
🔥 ก่อนเข้าไปช่วยทีมไฟต์ อย่าเดินเข้าไปโดยมองแค่ตัวเอง
ให้เลื่อนกล้องไปดูก่อนว่า
ใครกำลังโดนโจมตี
ศัตรูใช้ Ultimate หรือยัง
Carry อยู่ตรงไหน
มีใครเลือดน้อย
Assassin ฝั่งตรงข้ามอยู่ตรงไหน
ควรเข้าจากด้านไหน
จากนั้นค่อยตัดสินใจเข้าไฟต์
วิธีนี้ช่วยลดการเดินเข้าไปแล้วตายทันทีโดยไม่รู้สถานการณ์
⑪ Assassin ต้องใช้กล้องให้คล่อง
🗡️ Assassin เป็นตำแหน่งที่ต้องหาข้อมูลก่อนเข้าไฟต์
ก่อนล้วง ควรเลื่อนกล้องดูว่า
Carry อยู่ตรงไหน
Mage อยู่ตรงไหน
Support อยู่ใกล้หรือไม่
เป้าหมายใช้ Flicker หรือยัง
มีศัตรูซ่อนอยู่หรือไม่
อย่าเข้าไปเพียงเพราะเห็นรูปฮีโร่บน Mini Map
ต้องเลื่อนกล้องไปดูสถานการณ์จริงด้วย
⑫ Marksman ควรใช้กล้องอย่างไร
🏹 แครี่ต้องรักษาระยะมากที่สุด
ควรเลื่อนกล้องดูด้านหน้าขณะ
เดินเข้าเลน
ดันเวฟ
เข้า Objective
เตรียมทีมไฟต์
สิ่งที่ต้องหาเป็นอันดับแรกคือ
Assassin ฝั่งตรงข้ามอยู่ไหน
ถ้า Assassin หายจากแผนที่ อย่าเดินลึกเพียงเพราะเห็นครีปหรือป้อมอยู่ข้างหน้า
กล้องช่วยให้มองพื้นที่อันตรายก่อนเดินเข้าไป
⑬ Mage ได้ประโยชน์จากกล้องมาก
🔮 Mage มักมีสกิลระยะกลางถึงไกล
การเลื่อนกล้องล่วงหน้าช่วยให้
เล็งสกิลจากระยะไกล
Poke ศัตรู
ยิงดักทาง
วาง CC
ดู Carry ฝั่งตรงข้าม
โดยเฉพาะ Mage ที่สามารถยิงสกิลออกนอกพื้นที่หน้าจอปกติ การควบคุมกล้องมีความสำคัญมาก
⑭ Tank และ Support ต้องดูกล้องก่อนเปิดไฟต์
🛡️ Tank ไม่ควรเปิดไฟต์เพียงเพราะเห็นศัตรูอยู่ตรงหน้า
ควรเลื่อนกล้องดูว่า
เพื่อนอยู่ใกล้หรือไม่
Carry ตามมาทันไหม
Mage มีสกิลหรือไม่
ศัตรูมีกี่ตัว
มีทางหนีหรือไม่
ถ้าเปิดไฟต์แล้วเพื่อนยังอยู่ไกล ต่อให้ Stun โดนหลายตัวก็อาจไม่มีใครตาม Damage
กล้องจึงช่วยในการตัดสินใจเปิดไฟต์อย่างมาก
⑮ กล้องตามสกิลควรเปิดไหม
🎯 ROV มีการตั้งค่ากล้องที่สามารถขยับตามทิศทางหรือระยะของสกิลบางประเภท
ข้อดีคือช่วยมองพื้นที่ที่กำลังเล็งได้ดีขึ้น
เหมาะกับฮีโร่ที่มี
สกิลระยะกลาง
Skill Shot
สกิลเล็งพื้นที่
แต่ถ้าฮีโร่มีสกิลระยะไกลมาก การขยับกล้องตามสกิลอาจทำให้ภาพเคลื่อนมากและรู้สึกสั่น
จึงควรทดลองกับฮีโร่หลักของตัวเอง
⑯ ถ้ากล้องสั่นเวลาใช้สกิลควรทำอย่างไร
📱 หากกดสกิลแล้วรู้สึกว่ากล้อง
ขยับมาก
เด้ง
ส่าย
ทำให้เสียการมอง Position
ให้ตรวจสอบตัวเลือก กล้องตามสกิล
ลองปิดแล้วทดสอบอีกครั้ง
โดยเฉพาะฮีโร่ที่มีสกิลระยะไกลมาก บางคนอาจควบคุมได้ง่ายกว่าเมื่อกล้องไม่เคลื่อนตามสกิล
⑰ สกิลระยะกลางเหมาะกับกล้องตามสกิล
🎯 สำหรับฮีโร่ที่มีสกิลระยะกลาง การเปิดกล้องตามสกิลอาจช่วยให้มอง
จุดปลายสกิล
เป้าหมาย
ตำแหน่งศัตรู
พื้นที่ด้านหน้า
ได้ชัดขึ้น
จึงไม่ควรตัดสินว่าต้องเปิดหรือปิดสำหรับทุกฮีโร่
ควรทดลองเป็นรายตัว
⑱ ใช้ Mini Map ร่วมกับการเลื่อนกล้อง
🗺️ กล้องกับ Mini Map ต้องใช้ร่วมกัน
Mini Map บอกว่า
ควรดูที่ไหน
ส่วนการเลื่อนกล้องบอกว่า
ตรงนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น
ตัวอย่าง
เห็นเพื่อนสองคนกับศัตรูสามคนรวมกันบน Mini Map
อย่ารีบวิ่งไปทันที
ให้เลื่อนกล้องไปดูก่อนว่า
เพื่อนเหลือเลือดเท่าไร
ศัตรูใช้สกิลหรือยัง
เป็นการหนีหรือกำลังจะไฟต์
เราไปทันหรือไม่
ข้อมูลนี้ช่วยให้ตัดสินใจถูกขึ้น
⑲ ฝึกดู Mini Map แล้วเลื่อนกล้องทันที
🧪 สามารถฝึกเป็นนิสัยง่าย ๆ
ทุกครั้งที่เห็นเหตุการณ์บน Mini Map
ให้
มอง Mini Map → เลื่อนกล้อง → ประเมิน → กลับมาคุมฮีโร่
ทำซ้ำบ่อย ๆ
เมื่อชินแล้วจะใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที
นี่เป็นทักษะที่ช่วยพัฒนาการอ่านเกมได้มาก
⑳ ใช้เวลาที่เดินทางในการดูพื้นที่อื่น
🚶 เวลาฮีโร่กำลังเดินจาก
ฐาน
เลนหนึ่งไปอีกเลน
ป่าไปมังกร
เลนไป Dark Slayer
ไม่จำเป็นต้องมองฮีโร่ตลอดทาง
ใช้ช่วงนี้เลื่อนกล้องดูพื้นที่ที่กำลังจะไป
เป็นการใช้เวลาว่างในเกมเพื่อเก็บข้อมูลก่อนถึงจุดหมาย
㉑ อย่าเลื่อนกล้องนานจนฮีโร่ตาย
⚠️ อีกด้านหนึ่งคืออย่าเพลินกับการดูพื้นที่อื่นมากเกินไป
ถ้าฮีโร่ของเราอยู่ในพื้นที่อันตราย เช่น
ใกล้ Bush
อยู่หน้า Tower
ดันเลนลึก
อยู่ในป่าฝั่งตรงข้าม
ไม่ควรละสายตานาน
หลักคือ
พื้นที่ปลอดภัย = ดูกล้องได้นานขึ้น
พื้นที่อันตราย = เช็กสั้น ๆ แล้วกลับทันที
㉒ เช็ก Bush ด้วยกล้องก่อนเดินเข้า
🌿 ถ้ามีเพื่อนกำลังเข้า Bush หรือมีสกิลถูกใช้แถวนั้น สามารถเลื่อนกล้องไปดูเหตุการณ์ก่อน
แต่กล้องไม่ได้ทำให้เราเห็นศัตรูที่ไม่มี Vision
จึงต้องใช้ร่วมกับ
Mini Map
สกิลเช็ก Bush
ตำแหน่งเพื่อน
ข้อมูลศัตรูที่หายไป
อย่าเดินเข้า Bush เพียงเพราะเลื่อนกล้องแล้วไม่เห็นใคร
㉓ เลื่อนกล้องดู Objective ก่อนเข้าไป
🐉 ก่อนเข้า Dragon หรือ Dark Slayer ควรเลื่อนกล้องตรวจสอบพื้นที่
ดูว่า
Objective เหลือ HP เท่าไร
ศัตรูมีกี่คน
Jungler อยู่ตรงไหน
ทีมเราพร้อมหรือไม่
มีไฟต์เกิดขึ้นหรือไม่
โดยเฉพาะ Jungler ข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากสำหรับการตัดสินใจเข้าไป Smite
㉔ Jungler ต้องฝึกกล้องมากเป็นพิเศษ
🌲 คนเล่นป่าต้องดูทั้งแผนที่มากกว่าหลายตำแหน่ง
ขณะฟาร์มสามารถเลื่อนกล้องไปดู
เลนบน
เลนกลาง
เลนล่าง
Objective
เพื่อตัดสินใจว่าจะ
Gank
Farm ต่อ
Counter Gank
เปิดมังกร
ขโมยป่า
อย่ามองแต่มอนสเตอร์ที่กำลังตีอยู่
㉕ วิธีฝึกเลื่อนกล้องให้คล่อง
🧪 เข้าเกมปกติหรือโหมดฝึกแล้วตั้งเป้าหมายว่า
ทุกครั้งที่เดินไกล ให้เลื่อนกล้องอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
จากนั้นฝึกดู
เลนด้านหน้า
Objective
เพื่อน
ศัตรู
ทำจนเป็นนิสัย
ช่วงแรกอาจรู้สึกยุ่งยาก แต่เมื่อ Muscle Memory เริ่มเกิดจะทำได้โดยอัตโนมัติ
🎚️ ตั้งความไวกล้องแบบไหนสำหรับมือใหม่
ถ้าเพิ่งเริ่มใช้การแพนกล้อง
แนะนำ
เริ่มระดับกลาง
แล้วเล่นหลายเกมก่อนปรับ
ถ้ารู้สึกว่าเลื่อนไม่ทัน
➡️ เพิ่มเล็กน้อย
ถ้ากล้องส่าย
➡️ ลดเล็กน้อย
อย่าปรับจากต่ำสุดเป็นสูงสุดในครั้งเดียว
🏆 ตั้งความไวกล้องแบบโปรต้องสูงสุดไหม
ไม่จำเป็น
แม้ผู้เล่นระดับสูงต้องการเลื่อนกล้องเร็ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ หยุดกล้องตรงพื้นที่ที่ต้องการได้
ค่าที่เร็วมากแต่ควบคุมไม่ได้อาจแย่กว่าค่ากลางที่แม่น
ดังนั้นควรเลือกค่าตามการควบคุมของตัวเอง
📱 มือถือจอเล็กควรตั้งกล้องยังไง
มือถือจอเล็กมีพื้นที่มองเห็นน้อย
จึงได้ประโยชน์จาก
มุมกล้องไกล
การเลื่อนกล้อง
Mini Map
มากเป็นพิเศษ
แต่ต้องระวังการตั้งมุมไกลจนตัวละครหรือสกิลเล็กเกินไป
ทดลองหาค่าที่อ่านภาพได้ง่ายที่สุด
📲 แท็บเล็ตควรตั้งกล้องยังไง
หน้าจอแท็บเล็ตมีพื้นที่มากกว่า
แต่อาจต้องลากนิ้วไกลกว่า
ดังนั้นความไวกล้องอาจต้องปรับให้สูงขึ้นเล็กน้อยตามขนาดหน้าจอและวิธีจับ
ไม่ควรนำค่าจากมือถือมาใช้แบบเดียวกันทันที
🚫 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ มองฮีโร่ตัวเองตลอดเวลา
ทำให้เสียข้อมูลพื้นที่อื่น
❌ ตั้งความไวสูงสุดทันที
อาจทำให้กล้องส่ายและหยุดยาก
❌ ไม่ดู Mini Map
ต่อให้เลื่อนกล้องเก่งก็ไม่รู้ว่าควรเลื่อนไปดูตรงไหน
❌ เลื่อนกล้องนานเกินไป
อาจถูกโจมตีโดยไม่ทันเห็น
❌ เปิดกล้องตามสกิลกับทุกฮีโร่โดยไม่ทดลอง
บางฮีโร่อาจทำให้ภาพขยับมากเกินไป
❌ เข้าไฟต์โดยไม่เลื่อนกล้องดูก่อน
ทำให้ไม่รู้จำนวนศัตรูและสถานการณ์จริง
❓ คำถามที่พบบ่อย
ตั้งค่ากล้อง ROV แบบไหนดี
สำหรับจุดเริ่มต้น แนะนำใช้หมุนกล้องแบบสไลด์ ตั้งความไวประมาณระดับกลาง เปิดกรอบมุมกล้อง และทดลองมุมกล้องแบบไกล
ความไวกล้อง ROV ควรเท่าไร
ไม่มีค่าตายตัว เริ่มประมาณกึ่งกลางแล้วเพิ่มหรือลดตามความถนัด ถ้ากล้องส่ายให้ลด ถ้าเลื่อนไม่ทันให้เพิ่ม
มุมกล้อง ROV ควรใกล้หรือไกล
โดยทั่วไปมุมไกลช่วยให้เห็นพื้นที่มากขึ้นและเหมาะกับการอ่านทีมไฟต์ แต่บนจอเล็กควรตรวจสอบว่ายังเห็นรายละเอียดได้ชัดหรือไม่
ควรเปิดแสดงกรอบมุมกล้องไหม
แนะนำให้เปิด เพราะช่วยให้รู้ว่าบริเวณที่กำลังดูสัมพันธ์กับตำแหน่งใดบน Mini Map
กล้องตามสกิลควรเปิดไหม
เหมาะกับฮีโร่สกิลระยะกลางบางตัว แต่ฮีโร่ที่มีสกิลไกลมากอาจรู้สึกว่าภาพสั่นหรือขยับมากเกินไป จึงควรทดลองเป็นรายฮีโร่
ทำไมเลื่อนกล้องแล้วภาพส่าย
อาจเกิดจากความไวสูงเกินไป ให้ลดลงเล็กน้อยแล้วทดลองใหม่
คนเล่นป่าจำเป็นต้องเลื่อนกล้องไหม
ควรฝึกอย่างมาก เพราะ Jungler ต้องตัดสินใจจากสถานการณ์หลายเลนและ Objective ตลอดเกม
📌 สรุป วิธีตั้งค่ากล้อง ROV
ถ้าต้องการตั้งค่ากล้อง ROV ให้เล่นง่ายและเห็นข้อมูลมากขึ้น ให้เริ่มจาก
👆 ใช้ หมุนกล้องแบบสไลด์
🎚️ ตั้งความไวประมาณ ระดับกลาง ก่อน
👁️ ทดลองใช้ มุมกล้องแบบไกล
🗺️ เปิด แสดงกรอบมุมกล้อง
🎯 ทดลองกล้องตามสกิลเป็นรายฮีโร่
🔮 Mage ใช้กล้องช่วยเล็งพื้นที่ด้านหน้า
🗡️ Assassin ใช้เช็ก Carry ก่อนล้วง
🏹 Marksman ใช้ดูภัยที่กำลังเข้ามา
🌲 Jungler ใช้ดูเลนขณะฟาร์ม
🧠 ฝึก Mini Map + การเลื่อนกล้องควบคู่กัน
กล้องที่ดีที่สุดไม่ใช่กล้องที่เลื่อนได้เร็วที่สุด แต่คือกล้องที่ทำให้เรา เห็นข้อมูลที่ต้องการได้เร็วและกลับมาควบคุมฮีโร่ได้ทัน
เมื่อฝึกจนชิน จะเริ่มเห็นเหตุการณ์ก่อนเข้าถึงพื้นที่จริง ทำให้ตัดสินใจเรื่องการเข้าไฟต์ การถอย การ Gank และการทำ Objective ได้แม่นขึ้นอย่างชัดเจน
Comments
Post a Comment