ROV มีตำแหน่งอะไรบ้าง? มือใหม่ต้องรู้

 ROV เป็นเกม MOBA แบบ 5 ต่อ 5 ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด แต่จะถูกแบ่งออกเป็นตำแหน่งหลัก ๆ เพื่อช่วยกันควบคุมเลน เก็บทรัพยากร ทำ Objective และบุกทำลายฐานฝ่ายตรงข้าม

สำหรับมือใหม่ สิ่งแรกที่ควรรู้คือ ROV มี 5 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ Dark Slayer Lane, Mid Lane, Jungle, Abyssal Dragon Lane และ Roaming

แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่แตกต่างกัน หากเลือกฮีโร่ถูกแต่ไปผิดเลน หรือเล่นโดยไม่เข้าใจหน้าที่ของตำแหน่ง ทีมก็สามารถเสียเปรียบได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม

บทความนี้จะอธิบายทุกตำแหน่งใน ROV แบบเข้าใจง่าย พร้อมบอกว่าตำแหน่งไหนเหมาะกับผู้เล่นแบบใด และมือใหม่ควรเริ่มจากตำแหน่งไหนก่อน

ROV มีทั้งหมดกี่ตำแหน่ง?

รูปแบบมาตรฐานของ ROV 5v5 สามารถแบ่งหน้าที่หลักออกเป็น 5 ตำแหน่ง

① Dark Slayer Lane

② Mid Lane

③ Jungle

④ Abyssal Dragon Lane

⑤ Roaming

ในหนึ่งทีมโดยทั่วไปจะมีผู้เล่นรับผิดชอบแต่ละตำแหน่งหนึ่งคน

อย่างไรก็ตาม รูปแบบฮีโร่และแผนการเล่นสามารถเปลี่ยนได้ตาม Meta และ Draft ของแต่ละเกม

① Dark Slayer Lane คืออะไร?

Dark Slayer Lane หรือที่ผู้เล่นจำนวนมากเรียกว่า

ออฟเลน

เป็นเลนด้านข้างของแผนที่ที่อยู่ฝั่ง Dark Slayer

ผู้เล่นตำแหน่งนี้มักต้องยืนเลนด้วยตัวเองในช่วงต้นเกม จึงควรใช้ฮีโร่ที่

  • ยืนเลนได้ดี

  • มีความแข็งแกร่ง

  • เอาตัวรอดได้

  • ดวลตัวต่อตัวได้

  • เคลียร์ครีปได้

  • มีประโยชน์ตอน Team Fight

ฮีโร่ประเภท Fighter มักพบได้บ่อยในตำแหน่งนี้

หน้าที่ของ Dark Slayer Lane

ผู้เล่นออฟเลนไม่ได้มีหน้าที่แค่ดวลกับฝ่ายตรงข้าม

หน้าที่สำคัญ ได้แก่

เคลียร์ครีป

ต้องรักษาเวฟไม่ให้ศัตรูดันเข้าป้อมฟรี

รักษาป้อม

อย่าทิ้งเลนจนเสียป้อมโดยไม่จำเป็น

กดดันคู่ต่อสู้

หากได้เปรียบ สามารถบังคับให้ศัตรูต้องอยู่รับเลน

เดินช่วยทีม

หลังเคลียร์เวฟแล้ว สามารถเดินไปช่วย Mid หรือ Objective

แยกดัน

ฮีโร่บางตัวสามารถ Split Push เพื่อกดดันอีกฝั่งของแผนที่ได้

Dark Slayer Lane เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • ดวล 1v1

  • เล่น Fighter

  • ตัดสินใจเอง

  • แยกดัน

  • เข้า Team Fight

  • เล่นฮีโร่ระยะประชิด

มือใหม่สามารถเริ่มตำแหน่งนี้ได้ แต่ต้องเรียนรู้เรื่องจังหวะเดินออกจากเลนและการดู Mini Map

ข้อผิดพลาดของมือใหม่ออฟเลน

สิ่งที่พบได้บ่อยคือ

① ไล่ฆ่าจนโดน Jungle ฝั่งตรงข้าม Gank

② ไม่ดู Mini Map

③ ดันลึกเกินไป

④ ทิ้งเลนจนเสียป้อม

⑤ ไม่เดินช่วยทีมเลย

⑥ เดินช่วยมากเกินจนเสียครีปหลายเวฟ

หัวใจของออฟเลนคือการหาสมดุลระหว่าง ยืนเลนกับช่วยทีม

② Mid Lane คืออะไร?

Mid Lane คือเลนกลางของแผนที่

ตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้งสองฝั่งของแผนที่ ทำให้สามารถเดินไปช่วย

  • เลนบน

  • เลนล่าง

  • Jungle

  • Objective

ได้รวดเร็ว

ฮีโร่ประเภท Mage มักถูกใช้ใน Mid Lane เนื่องจากมี Damage เวทและความสามารถในการเคลียร์เวฟ

หน้าที่ของ Mid Lane

เคลียร์ครีปให้เร็ว

ยิ่งเคลียร์เวฟเร็ว ยิ่งมีเวลาเดินช่วยพื้นที่อื่น

เดินช่วยเลน

หลังเคลียร์ครีปสามารถ Rotate ไปช่วยเพื่อนได้

ทำ Damage ใน Team Fight

Mage หลายตัวมี Burst หรือ Area Damage สูง

ควบคุมพื้นที่

สกิลบางประเภทสามารถบังคับให้ศัตรูเดินลำบากหรือไม่กล้าเข้าพื้นที่สำคัญ

ช่วย Objective

Mid อยู่กลางแผนที่ จึงควรพร้อมเดินไปช่วยทีมทำ Objective

Mid Lane เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • ใช้สกิล

  • เล่น Mage

  • ทำ Damage เวท

  • เดินช่วยเพื่อน

  • เล่นจากระยะกลางหรือระยะไกล

  • อ่านแผนที่

Mid เป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับมือใหม่ที่ชอบ Mage แต่ต้องฝึกดู Mini Map เพราะเป็นเลนที่มีโอกาสโดน Gank จากหลายทิศทาง

ข้อผิดพลาดของมือใหม่ Mid Lane

① เคลียร์ครีปเสร็จแล้วยืนอยู่กลางเฉย ๆ

② เดินช่วยจนเสียเวฟ

③ เดินเข้าป่าคนเดียว

④ ยืนหน้า Tank

⑤ ใช้สกิลหมดก่อน Team Fight

⑥ ไม่เช็ก Assassin ที่หายจากแผนที่

Mage ส่วนใหญ่ค่อนข้างบาง การ Position จึงสำคัญมาก

③ Jungle คืออะไร?

Jungle หรือตำแหน่งป่า คือผู้เล่นที่เน้นเก็บทรัพยากรจากมอนสเตอร์ในพื้นที่ป่าแทนการยืนเลนเป็นหลัก

Jungle เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีผลต่อจังหวะเกมมากที่สุด

หน้าที่ไม่ได้มีแค่ฟาร์ม แต่ต้อง

  • เดิน Gank

  • ช่วยเลน

  • ทำ Objective

  • ควบคุม Buff

  • สร้างความได้เปรียบให้ทีม

จึงเป็นตำแหน่งที่ต้องอ่านแผนที่มาก

หน้าที่ของ Jungle

ฟาร์มป่า

เก็บมอนสเตอร์เพื่อเพิ่มเงินและ Level

Gank

เดินไปช่วยเลนเพื่อสร้างความได้เปรียบ

ทำ Objective

ช่วยทีมจัดการ Objective สำคัญบนแผนที่

คุมจังหวะเกม

Jungle ต้องตัดสินใจตลอดว่าจะ

ฟาร์ม

Gank

ดันป้อม

หรือทำ Objective

ลง Punish ให้แม่น

หากฮีโร่และระบบใช้สกิลสำหรับ Jungle ต้องฝึกจังหวะจัดการ Objective ให้แม่น

Jungle เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • เดินทั่วแผนที่

  • เล่น Assassin

  • ตัดสินใจเร็ว

  • Gank

  • ทำ Objective

  • เป็นคนสร้างจังหวะเกม

Jungle เป็นตำแหน่งที่สนุกมาก แต่สำหรับมือใหม่อาจยากกว่าบางตำแหน่ง เพราะต้องเข้าใจทั้งแผนที่และจังหวะเกม

ทำไม Jungle ถึงเล่นยาก?

เพราะต้องคิดหลายเรื่องพร้อมกัน

เช่น

  • ป่าฝั่งไหนเกิดแล้ว

  • เลนไหน Gank ได้

  • Objective กำลังจะเกิดหรือไม่

  • ศัตรู Jungle อยู่ตรงไหน

  • เพื่อนเลนไหนกำลังเสีย

  • ควร Farm หรือ Fight

การตัดสินใจผิดหนึ่งครั้งอาจทำให้เสียทั้ง Objective และทรัพยากร

ข้อผิดพลาดของมือใหม่ Jungle

① ฟาร์มอย่างเดียวไม่ช่วยทีม

② Gank มากเกินจนเงินตาม

③ แย่งครีปเพื่อนตลอด

④ ไม่ทำ Objective

⑤ เข้าไปขโมยป่าศัตรูคนเดียว

⑥ ไม่ดูเลนก่อน Gank

⑦ เข้า Team Fight ทั้งที่ Level ตาม

Jungle ที่ดีต้องหา Balance ระหว่าง Farm + Gank + Objective

④ Abyssal Dragon Lane คืออะไร?

Abyssal Dragon Lane เป็นอีกเลนด้านข้างของแผนที่ และมักเป็นพื้นที่ที่ Carry หรือ Marksman เล่นเป็นหลักในรูปแบบทั่วไป

Carry มีหน้าที่สำคัญมากในเรื่องการทำ Damage ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงกลางถึงท้ายเกม

ช่วงต้นเกมจึงควรเน้น

  • เก็บครีป

  • เก็บเงิน

  • รักษาชีวิต

  • ซื้อ Item ให้เร็ว

เพราะ Carry ที่มีเงินนำสามารถสร้าง Damage ได้สูงมากในช่วงท้ายเกม

หน้าที่ของ Carry

ฟาร์มเงิน

เงินเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับ Carry

รักษา Position

ต้องยืนในจุดที่โจมตีได้โดยไม่ถูกฆ่าง่าย

ทำ Damage ต่อเนื่อง

Carry มักเป็นตัว Damage หลักของทีมช่วงท้ายเกม

ตีป้อม

การโจมตีปกติของ Carry มีประโยชน์มากในการทำลายสิ่งปลูกสร้าง

ช่วย Objective

เมื่อทีมทำ Objective Carry สามารถช่วยทำ Damage ได้สูง

Carry เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • ยิงระยะไกล

  • ทำ Damage สูง

  • Farm

  • ยืนหลังทีม

  • เล่นแบบเน้น Position

  • แบกช่วงท้ายเกม

Carry เป็นหนึ่งในตำแหน่งยอดนิยมสำหรับมือใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเล่นง่ายเสมอไป

เพราะหาก Position ผิด สามารถถูก Assassin ฆ่าได้อย่างรวดเร็ว

ข้อผิดพลาดของมือใหม่ Carry

① เดินหน้า Tank

② วิ่งไล่ Kill

③ ไม่ Farm

④ เดินเข้าพุ่มคนเดียว

⑤ ดันเลนลึกช่วงท้ายเกม

⑥ ไม่ดู Assassin

⑦ ยืนใกล้ศัตรูเกินระยะปลอดภัย

Carry ที่เก่งไม่ใช่คนที่เข้าไฟต์ก่อน แต่คือคนที่ อยู่รอดและยิงได้ต่อเนื่อง

⑤ Roaming คืออะไร?

Roaming หรือที่หลายคนเรียกว่า

โรม

เป็นตำแหน่งสนับสนุนทีม

ผู้เล่นตำแหน่งนี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเดินตาม Carry แต่ต้องช่วยทั้งทีม

Roaming สามารถใช้ฮีโร่ประเภท

  • Tank

  • Support

  • Fighter บางตัว

  • ฮีโร่ที่มี Crowd Control

ขึ้นอยู่กับ Draft และ Meta

หน้าที่ของ Roaming

เปิด Vision

ช่วยเช็กพื้นที่อันตรายให้ทีม

ป้องกันเพื่อน

โดยเฉพาะ Carry และ Mage ที่ตัวบาง

เปิด Team Fight

ฮีโร่บางตัวมีหน้าที่เริ่มไฟต์

แก้ Team Fight

บางตัวเหมาะกับการรอศัตรูเข้ามาแล้วช่วยป้องกัน Carry

เดินช่วยหลายเลน

Roaming ไม่ควรติดอยู่กับเลนเดียวตลอดเกม

ช่วย Objective

ต้องเดินมากับทีมเพื่อคุมพื้นที่รอบ Objective

Roaming เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนที่ชอบ

  • ช่วยเพื่อน

  • เปิดไฟต์

  • เล่น Tank

  • ดู Mini Map

  • เดินเกม

  • สื่อสารกับทีม

  • ไม่จำเป็นต้องเป็นคน Kill เยอะ

ตำแหน่งนี้อาจดูเหมือนไม่เด่นใน Score แต่มีผลต่อชัยชนะสูงมาก

Roaming ต้องเดินตาม Carry ตลอดไหม?

ไม่จำเป็น

ช่วงบางจังหวะอาจต้องช่วย Carry แต่ Roaming ต้องดูภาพรวมทั้งแผนที่

บางครั้งควรไปช่วย

  • Mid

  • Jungle

  • Objective

  • Dark Slayer Lane

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

การยืนกับ Carry ตลอดเกมอาจทำให้พื้นที่อื่นของทีมเสียเปรียบ

ข้อผิดพลาดของมือใหม่ Roaming

① แย่งครีป Carry

② ไม่เช็ก Bush

③ เดินคนเดียวไกลเกินไป

④ เปิดไฟต์ทั้งที่ทีมยังไม่มา

⑤ ทิ้ง Damage Dealer ในจังหวะสำคัญ

⑥ สนใจ Kill มากกว่าป้องกันทีม

⑦ ไม่ซื้อหรือใช้ Item ตามหน้าที่

Roaming ที่ดีต้องคิดว่า

ทำยังไงให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น

ไม่ใช่คิดว่าจะทำ Kill ยังไงให้เยอะขึ้น

ตารางสรุป 5 ตำแหน่ง ROV

Dark Slayer Lane

หน้าที่หลัก: ยืนเลน ดวล แยกดัน และเข้าทีมไฟต์

เหมาะกับ: Fighter และผู้เล่นชอบ 1v1

Mid Lane

หน้าที่หลัก: เคลียร์เวฟ ทำ Damage เวท และเดินช่วย

เหมาะกับ: ผู้เล่นชอบ Mage และใช้สกิล

Jungle

หน้าที่หลัก: Farm, Gank และ Objective

เหมาะกับ: คนอ่านแผนที่และตัดสินใจเร็ว

Abyssal Dragon Lane

หน้าที่หลัก: Farm และสร้าง Damage ต่อเนื่อง

เหมาะกับ: คนชอบ Carry และโจมตีระยะไกล

Roaming

หน้าที่หลัก: Support, Vision, เปิดหรือป้องกัน Team Fight

เหมาะกับ: คนชอบเล่นเพื่อทีม

มือใหม่ควรเล่นตำแหน่งไหน?

ไม่มีคำตอบเดียว แต่เลือกได้จากสไตล์

ชอบยิง

ลอง Carry

ชอบใช้เวท

ลอง Mid Lane

ชอบต่อสู้ระยะประชิด

ลอง Dark Slayer Lane

ชอบช่วยทีม

ลอง Roaming

ชอบเดินเกมและลอบฆ่า

ลอง Jungle

ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ให้ทดลองแต่ละตำแหน่งในโหมดที่เหมาะกับการฝึกก่อน

ตำแหน่งไหนเล่นง่ายที่สุด?

คำว่า “ง่าย” ขึ้นอยู่กับฮีโร่และประสบการณ์

Carry อาจกดสกิลง่าย แต่ Position ยาก

Roaming อาจไม่ต้อง Farm มาก แต่ต้องอ่านเกม

Dark Slayer อาจเล่นคนเดียวได้ แต่ต้องรู้ Matchup

Mid ต้อง Rotate

Jungle ต้องคุม Objective

ดังนั้นไม่มีตำแหน่งใดง่ายทุกด้าน

สำหรับมือใหม่ควรเลือกจาก ตำแหน่งที่เข้าใจและสนุกกับมัน มากกว่าตามคำว่าเล่นง่ายเพียงอย่างเดียว

ตำแหน่งไหนสำคัญที่สุด?

ทุกตำแหน่งสำคัญ

ทีมที่ Jungle เก่งแต่ Carry ไม่มีเงินก็เล่นยาก

Carry เก่งแต่ Roaming ไม่ป้องกันก็อาจยิงไม่ได้

Mid เก่งแต่ไม่มีใครทำ Objective ก็อาจแพ้

Dark Slayer ชนะเลนแต่ไม่ช่วยทีมก็อาจเปลี่ยนความได้เปรียบเป็นชัยชนะไม่ได้

ROV เป็นเกมที่ทั้ง 5 ตำแหน่งต้องทำงานร่วมกัน

มือใหม่ต้องเล่นครบทุกตำแหน่งไหม?

ไม่จำเป็นในช่วงแรก

แนะนำให้มี

ตำแหน่งหลัก 1 ตำแหน่ง

และ

ตำแหน่งรอง 1 ตำแหน่ง

จากนั้นค่อยเรียนรู้ตำแหน่งอื่นเมื่อเริ่มเข้าใจเกม

ตัวอย่าง

Main Carry

Secondary Mid

เมื่อเล่นคล่องแล้วจึงทดลอง Roaming, Jungle หรือ Dark Slayer เพิ่ม

ทำไมควรรู้ทุกตำแหน่งแม้ไม่ได้เล่น?

แม้จะ Main Carry แต่การรู้ว่า Jungle หรือ Roaming ต้องทำอะไรช่วยให้เล่นร่วมกันดีขึ้น

ตัวอย่าง

ถ้ารู้ว่า Jungle กำลังทำ Objective คุณจะรู้ว่าควรช่วยหรือสร้างแรงกดดันตรงไหน

ถ้ารู้หน้าที่ Roaming จะไม่ด่าว่า

“ทำไมไม่ยืนกับ Carry ตลอด”

เพราะเข้าใจว่าเขาต้องเดินช่วยแผนที่

ความเข้าใจตำแหน่งอื่นช่วยเพิ่ม Game Sense

Role กับ Class ต่างกันยังไง?

มือใหม่มักสับสน

Position หรือ Role

คือหน้าที่ในแผนที่ เช่น

  • Jungle

  • Mid

  • Roaming

Class

คือลักษณะของฮีโร่ เช่น

  • Tank

  • Fighter

  • Assassin

  • Mage

  • Marksman

  • Support

ฮีโร่ Class เดียวกันอาจเล่นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

ตัวอย่าง Fighter บางตัวเล่น Dark Slayer ได้ ขณะที่บางตัวสามารถนำไป Jungle ได้

ดังนั้นอย่าจำว่า

หนึ่ง Class = หนึ่งตำแหน่ง

เสมอไป

Tank ต้องเล่น Roaming อย่างเดียวไหม?

ไม่เสมอไป

Tank หลายตัวเหมาะกับ Roaming แต่ฮีโร่แต่ละตัวมีรูปแบบการเล่นแตกต่างกัน

บางตัวอาจถูกนำไปตำแหน่งอื่นตาม Draft หรือ Meta

ควรดูความสามารถของฮีโร่และแผนทีมร่วมกัน

Assassin ต้องเล่น Jungle อย่างเดียวไหม?

ไม่เสมอไปเช่นกัน

Assassin พบได้บ่อยใน Jungle เพราะมีความคล่องตัวและ Burst สูง แต่ฮีโร่บางตัวสามารถใช้ในตำแหน่งอื่นได้

สิ่งสำคัญคือดูว่า

  • เคลียร์เลนได้หรือไม่

  • Farm ได้หรือไม่

  • Matchup เป็นอย่างไร

  • ทีมต้องการอะไร

Marksman ต้องเล่น Carry Lane อย่างเดียวไหม?

Marksman ส่วนใหญ่มักทำหน้าที่ Damage ระยะไกลและต้องการเงิน จึงพบใน Abyssal Dragon Lane บ่อย

แต่ Meta สามารถทำให้ฮีโร่บางตัวไปตำแหน่งอื่นได้

สำหรับมือใหม่ควรเริ่มจากตำแหน่งมาตรฐานก่อน จะเข้าใจเกมง่ายกว่า

Mage ต้อง Mid อย่างเดียวไหม?

Mage จำนวนมากเหมาะกับ Mid แต่บางตัวสามารถใช้เป็น Support หรือเล่นตำแหน่งอื่นได้ตามรูปแบบเกม

อย่างไรก็ตาม ถ้าเพิ่งเริ่มเล่น การเรียนรู้ Mage ใน Mid ก่อนจะทำให้เข้าใจหน้าที่ของฮีโร่ประเภทนี้ง่ายกว่า

ถ้ามีคนแย่งตำแหน่งทำยังไง?

อย่ารีบด่ากัน

ลอง

① ดูว่าใคร Pick ก่อน

② ใช้ระบบเลือกตำแหน่งถ้ามี

③ พิมพ์บอกตำแหน่งที่เล่นได้

④ เสนอเปลี่ยน Role

⑤ ใช้ตำแหน่งรอง

นี่คือเหตุผลที่ควรมีอย่างน้อย 2 ตำแหน่งที่เล่นได้

ทำไมทีมไม่ควรมี Carry 3 ตัว?

เพราะทีมต้องการหน้าที่หลายประเภท

ถ้ามี Damage Dealer เยอะเกินไป อาจขาด

  • Frontline

  • Crowd Control

  • Vision

  • ตัวเปิดไฟต์

  • ตัวป้องกัน Carry

ทีมที่สมดุลไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำ Damage สูง

แต่ต้องมีเครื่องมือสำหรับรับมือหลายสถานการณ์

Team Composition ที่ดีควรมีอะไร?

ไม่จำเป็นต้องเป็นสูตรตายตัว แต่โดยทั่วไปทีมควรมีความสมดุลระหว่าง

  • Physical Damage

  • Magic Damage

  • Frontline

  • Crowd Control

  • Sustain

  • Damage ต่อเนื่อง

  • Burst

  • Mobility

หากทีมมี Damage ประเภทเดียวทั้งหมด ศัตรูอาจจัด Defensive Item รับมือได้ง่ายขึ้น

ช่วงต้นเกมแต่ละตำแหน่งทำอะไร?

Dark Slayer

รักษาเลนและพยายามได้เปรียบคู่ต่อสู้

Mid

เคลียร์เวฟและ Rotate

Jungle

ฟาร์มเส้นทางป่าและหา Gank

Carry

เน้นเงินและรักษาชีวิต

Roaming

ช่วยทีม เปิดพื้นที่ และเดินสนับสนุน

ถ้าทุกคนเข้าใจช่วงต้นเกม ทีมจะเสียทรัพยากรน้อยลง

ช่วงกลางเกมต้องทำอะไร?

เมื่อป้อมเริ่มแตก เกมจะไม่ได้แบ่งเลนชัดเหมือนช่วงแรก

ทุกตำแหน่งต้องเริ่มคิดเรื่อง

  • Objective

  • Vision

  • Team Fight

  • การดันเวฟ

  • การรวมทีม

  • การจับศัตรูที่เดินผิดตำแหน่ง

นี่เป็นช่วงที่การดู Mini Map สำคัญมากขึ้น

ช่วงท้ายเกมต้องระวังอะไร?

การตายหนึ่งครั้งสามารถมีผลต่อผลเกมมาก

Carry และ Mage ต้องรักษาตำแหน่ง

Roaming ต้องป้องกัน Damage Dealer

Jungle ต้องพร้อม Objective

Dark Slayer ต้องตัดสินใจว่าจะแยกดันหรือรวมทีม

ทุกคนต้องหลีกเลี่ยงการเดินคนเดียวแบบไม่มี Vision

5 ตำแหน่ง ROV แบบจำง่ายที่สุด

ถ้ายังจำไม่ได้ ให้ใช้ประโยคนี้

ออฟยืนเลน – กลางเดินช่วย – ป่าคุมเกม – แครี่ทำดาเมจ – โรมช่วยทีม

หรือแยกเป็น

① Dark Slayer = ยืนและดัน

② Mid = เวทและ Rotate

③ Jungle = Farm และ Gank

④ Carry = เงินและ Damage

⑤ Roaming = Support และ Vision

เพียงเข้าใจแกนนี้ก็เริ่มเล่นได้แล้ว

มือใหม่ควรฝึกตำแหน่งยังไง?

อย่าฝึกทั้ง 5 ตำแหน่งพร้อมกัน

ลองใช้แผนนี้

สัปดาห์แรก

เลือกตำแหน่งหลักหนึ่งตำแหน่ง

สัปดาห์ที่สอง

เพิ่มตำแหน่งรอง

หลังจากนั้น

ทดลองตำแหน่งอื่นเพื่อเข้าใจหน้าที่ทีม

วิธีนี้ช่วยให้มี Main Role แต่ยังเข้าใจภาพรวมของเกม

สรุป ROV มีตำแหน่งอะไรบ้าง

ROV มี 5 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ Dark Slayer Lane, Mid Lane, Jungle, Abyssal Dragon Lane และ Roaming

แต่ละตำแหน่งมีหน้าที่ต่างกัน

Dark Slayer Lane เน้นยืนเลน ดวล และช่วย Team Fight

Mid Lane เน้น Damage เวท เคลียร์เวฟ และเดินช่วยทีม

Jungle เน้น Farm, Gank และควบคุม Objective

Abyssal Dragon Lane มักเป็นพื้นที่ของ Carry ที่ต้องสะสมเงินและสร้าง Damage ช่วงกลางถึงท้ายเกม

Roaming เน้น Support, Vision, เปิดไฟต์ และป้องกันเพื่อน

สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกตำแหน่งทันที

เลือก ตำแหน่งหลัก 1 ตำแหน่ง + ตำแหน่งรอง 1 ตำแหน่ง แล้วฝึกจนเข้าใจหน้าที่ก่อน จากนั้นค่อยเรียนรู้ตำแหน่งอื่นเพิ่มเติม

เมื่อเข้าใจทั้ง 5 ตำแหน่งแล้ว คุณจะเริ่มมอง ROV ไม่ใช่แค่เกมที่ทุกคนวิ่งไล่ฆ่ากัน แต่เป็นเกมที่ ผู้เล่นทั้ง 5 คนมีหน้าที่ต่างกันและต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำลายฐานฝ่ายตรงข้าม

Comments

Popular posts from this blog

FiveM ยังน่าเล่นไหม? Enhanced เปลี่ยน FiveM แค่ไหน

FiveM คืออะไร เล่นอย่างไร สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์

วิธีตั้ง Admin Permission ด้วย add_ace และ add_principal FiveM แบบละเอียด